
008 รถไฟฟ้าสายสีเขียว ประชาชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด
OKR ปี 2568
อัพเดทล่าสุด Invalid Date
| เพิ่มเส้นทาง BMA Feeder | 1 | เส้นทาง |
| จัดทางเชื่อมเข้าสู่รถไฟฟ้า | 1 | แห่ง |
| ให้บริการ Bike Sharing | 2,598 | คัน |
| พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกทางจักรยาน | 2 | เส้นทาง |
| ก่อสร้างและปรับปรุงท่าเรือ | 5 | ท่า |
การเร่งชำระหนี้ให้กับบริษัท BTSC จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยของกรุงเทพมหานครซึ่งสูงถึงวันละกว่า 5 ล้านบาท พร้อมทั้งลดหนี้สินและภาระการเจรจาสัญญาสัมปทานเดินรถไฟฟ้า ส่งผลให้กรุงเทพฯ สามารถควบคุมต้นทุนและค่าบริการเดินรถไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต
กทม. มีภาระหนี้ต่อบริษัท BTSC จากการจ้างเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ซึ่งมีมูลค่าถึงครึ่งหนึ่งของงบประมาณกรุงเทพฯ ต่อปี การจัดการหนี้นี้จึงเป็นเรื่องสำคัญในการบริหารงบประมาณระยะยาว และช่วยป้องกันดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นวันละหลายล้านบาท
กทม. ได้ชำระหนี้โครงการรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวรวมแล้ว 37,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 1. หนี้ค่าติดตั้งระบบเดินรถ (ไฟฟ้าและเครื่องกล) (E&M) ส่วนต่อขยายที่ 2 จำนวน 23,000 ล้านบาท กทม. ชำระให้บริษัทกรุงเทพธนาคม โดยใช้งบประมาณเพิ่มเติมปี 2567 และได้รับโอนกรรมสิทธิ์ระบบเป็นของ กทม. แล้ว 2. หนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 รวม 14,476 ล้านบาท สำหรับช่วงเวลา เม.ย. 2560 - พ.ค. 2564 กทม. ได้ชำระผ่านสำนักงานบังคับคดีแล้ว เมื่อ 26 ธันวาคม 2567 ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด นอกจากนี้ยังมีหนี้ที่อยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย ได้แก่: - หนี้จากการฟ้องร้องครั้งที่ 2 (มิ.ย. 2564 - ต.ค. 2565) วงเงิน 12,245 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง - หนี้หลังฟ้องครั้งที่ 2 ประมาณ 25,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางชำระเงิน โดยยังไม่สามารถจ่ายได้ เนื่องจาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด และอยู่ระหว่างรอความเห็นจากอัยการสูงสุด
หนี้ที่กรุงเทพมหานครมีต่อ BTSC มีมูลค่าสูงเกือบเทียบเท่างบประมาณทั้งปีของกรุงเทพฯ การชำระหนี้ต้องผ่านกระบวนการร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหารและสภากรุงเทพมหานคร จึงต้องใช้เวลาพิจารณาและอนุมัตินาน นอกจากนี้ ยังมีหนี้บางส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีความทุจริตในอดีต ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานด้านกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถดำเนินการชำระได้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด