011 ตรวจสอบคุณภาพอากาศเชิงรุกในโรงงาน

OKR ปี 2568

อัพเดทล่าสุด Invalid Date

ตรวจสอบ สถานประกอบการ/โรงงาน แพลนท์ปูน สถานที่ก่อสร้าง ถมดิน/ท่าทราย17,173ครั้ง
ตรวจรถควันดำ188,262คัน

011 ตรวจสอบคุณภาพอากาศเชิงรุกในโรงงาน

สิ่งที่คนกรุงเทพได้

จากมาตรการและการควบคุมมลพิษอย่างเข้มงวดในโรงงาน สถานประกอบการ แพลนท์ปูน สถานที่ก่อสร้าง และรถยนต์ต่างๆ ส่งผลให้มลพิษในอากาศลดลงอย่างเห็นได้ชัด ประชาชนจะได้สูดอากาศที่สะอาดขึ้น ลดความเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจและโรคเรื้อรังต่างๆ ที่เกิดจากฝุ่นและมลพิษ นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนกรุงเทพฯ ทุกเพศ ทุกวัย มาตรการเหล่านี้ยังรับประกันว่าแหล่งกำเนิดมลพิษจะปล่อยมลพิษตามค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ทำให้เกิดความเป็นธรรมและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยรวม คนกรุงเทพฯ จะได้เมืองที่น่าอยู่ขึ้น มีสุขภาพดี และคุณภาพอากาศที่ปลอดภัยสำหรับคนทุกคนในชุมชน

เริ่มจากปัญหาอะไร

แหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ตลอดทั้งปีในกรุงเทพฯ ได้แก่ รถยนต์ ซึ่งมีจดทะเบียนมากกว่า 10 ล้านคัน (ไม่รวมรถจากพื้นที่อื่น) โรงงานกว่า 6,000 แห่ง ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดที่มีโรงงานมากที่สุด ร่วมกับสมุทรปราการและสมุทรสาคร รวมถึงแพลนท์ปูนเกือบ 100 แห่ง และโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง แหล่งกำเนิดเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนการก่อ PM2.5 ประมาณเกือบ 80% ของทั้งหมด โดยมีข้อกำหนด มาตรฐาน และบทลงโทษที่ชัดเจน จึงสามารถดำเนินการเชิงรุกได้ทันทีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

กทม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบรถยนต์และสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินมาตรการทางกฎหมายกับผู้ก่อมลพิษเกินมาตรฐาน ดังนี้ 1. สถานประกอบการ/โรงงาน จำนวน 1,052 แห่ง มีคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข 25 แห่ง 2. แพลนท์ปูน 111 แห่ง สั่งปรับปรุงแก้ไข 17 แห่ง โดยมีมาตรการควบคุมทั้งด้านสุขลักษณะและกฎหมาย ตรวจสอบเดือนละ 2 ครั้ง รวมถึงมาตรการลดฝุ่น เช่น แผงกั้นฝุ่น ผ้าใบคลุมรถบรรทุก ระบบฉีดน้ำบริเวณกองวัสดุ และการจัดการน้ำเสีย เสียง และความปลอดภัยในโรงงาน 3. สถานที่ก่อสร้าง ตรวจโดยสำนักงานเขต 277 แห่ง สั่งแก้ไข 27 แห่ง ตรวจโดยสำนักการโยธา 399 แห่ง สั่งแก้ไข 1 แห่ง มีมาตรการฉีดพ่นละอองน้ำ ล้างล้อรถติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 และปรับปรุงการทำงานหากเกินค่ามาตรฐาน 4. ถมดิน/ท่าทราย 15 แห่ง อยู่ระหว่างการติดตามปรับปรุง 5. สถานประกอบการและโรงงานประเภทอื่น ๆ ตรวจสอบอย่างน้อยปีละครั้ง 6. ตรวจควันดำจากต้นทาง พบและสั่งแก้ไข 14 คัน 7. ตรวจจับและสั่งห้ามใช้รถยนต์ รถโดยสาร รถบรรทุกที่ปล่อยควันดำ จำนวน 4,570 คัน ร่วมกับตำรวจจราจร กรมควบคุมมลพิษ และกรมการขนส่งทางบก

อุปสรรคที่เจอระหว่างทาง

ด้วยข้อจำกัดด้านอำนาจหน้าที่ในการจัดการฝุ่น PM2.5 กรุงเทพมหานครจึงได้จัดทำข้อเสนอแนวทางและมาตรการต่อรัฐบาล เพื่อให้การแก้ไขปัญหาฝุ่นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ กทม. มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีข้อเสนอหลักใน 3 ด้าน ดังนี้ ข้อเสนอด้านการจราจรและขนส่ง 1. เพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานการตรวจควันไอเสียรถยนต์ 2. สั่งห้ามใช้รถยนต์ที่มีค่าควันไอเสียเกินมาตรฐาน 3. เพิ่มอำนาจให้ กทม. ในฐานะผู้ตรวจการขนส่ง หรือเจ้าพนักงานจราจร สามารถตรวจรถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป 4. ยกเลิกมาตรการลดภาษีสำหรับรถยนต์เก่า และเพิ่มการเก็บภาษีตามอายุและปริมาณการปล่อยมลพิษ 5. ลดระยะเวลาการตรวจสภาพรถยนต์จาก 7 ปีเป็น 5 ปี 6. ปรับมาตรฐานการตรวจสภาพรถให้เข้มงวดขึ้น 7. สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการนำรถสันดาปมาแลกเป็นส่วนลด การตั้งสถานีชาร์จ และการจัดการรถหมดสภาพ 8. สั่งติดตั้งตัวกรองมลพิษอนุภาคดีเซล (DPF) สำหรับรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ข้อเสนอด้านอุตสาหกรรม 9. ติดตั้งเครื่องตรวจมลพิษอัตโนมัติ (CEMS) ในปล่องระบายทุกโรงงาน หรือจัดทำรายงานสารมลพิษจากสถานประกอบการที่มีหม้อไอน้ำ 10. ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากโรงงานขนาดใหญ่ โรงกลั่นน้ำมัน และโรงไฟฟ้า ข้อเสนอด้านการบริหารจัดการ 11. เพิ่มความเข้มงวดควบคุมการเผาชีวมวล พร้อมนโยบายจูงใจให้เลิกเผา 12. ให้ กทม. มีอำนาจจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” 13. ย้ายท่าเรือคลองเตยออกจากกรุงเทพฯ หรือจำกัดจำนวนยานพาหนะเข้าออก 14. ตรวจสอบมลพิษจากท่าเรือ โดยแต่งตั้ง กทม. เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมและการเดินเรือในพื้นที่กรุงเทพฯจากเรือตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยทั่วราชอาณาจักร ในพื้นที่กรุงเทพฯ

โครงการที่เกี่ยวข้อง

นโยบายอื่นๆ