
013 สนับสนุนให้เกิด ecosystem รถพลังงานไฟฟ้า
OKR ปี 2568
อัพเดทล่าสุด Invalid Date
| ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรแบบ Adaptive Signaling | 72 | ทางแยก |
| ปรับปรุงกายภาพถนน | 53 | จุด |
| ปรับปรุงกายภาพถนน | 50 | จุด |
| ติดตั้งกล้อง CCTV กวดขันวินัยจราจร | 50 | จุด |
| ติดตั้งสถานี EV Charging | 4 | จุด |
สร้างความมั่นใจให้คนกรุงเทพฯว่า การใช้พาหนะไฟฟ้า (EV) จะปลอดภัยและสะดวกสบายมากขึ้น ด้วยการติดตั้งสถานีชาร์จที่ครอบคลุมในพื้นที่สาธารณะและมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟหรือเหตุฉุกเฉินใด ๆ นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ลดการพึ่งพารถยนต์ที่ปล่อยมลพิษสูง ส่งผลให้อากาศในกรุงเทพฯ ดีขึ้น สุขภาพของคุณและคนที่คุณรักก็จะดีตามไปด้วย ด้วยการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่น PM2.5 ที่เป็นภัยร้ายแรงต่อระบบทางเดินหายใจ ไฮโดรคาร์บอน ไนโตรเจนออกไซด์ และคาร์บอนมอนน็อกไซด์ คุณจะได้สูดอากาศที่สะอาดขึ้น ใช้ชีวิตในเมืองที่สดชื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดเสียงรบกวนและสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่ในกรุงเทพฯ ให้กับทุกคน
ฝุ่น PM2.5 จากภาคขนส่งในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนกว่า 50% ของมลพิษทั้งหมด โดยสถานการณ์ปกติฝุ่น PM2.5 จากรถยนต์จะอยู่ราว 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) แต่เมื่อเกิดภาวะอากาศปิด และมีการเผาชีวมวลร่วมด้วย ค่าฝุ่นจะเพิ่มขึ้นสูงถึง 90 มคก./ลบ.ม. จึงต้องให้ความสำคัญทั้งกับฝุ่นจากรถยนต์และการเผาชีวมวล กรุงเทพฯ มีรถยนต์จดทะเบียนประมาณ 10 ล้านคัน ซึ่งราว 30% หรือ 3 ล้านคันมีอายุเกิน 10 ปี รถยนต์เก่าเหล่านี้ปล่อยมลพิษ PM2.5 มากกว่ารถใหม่ โดยเฉพาะรถบรรทุกดีเซลที่ปล่อยฝุ่นถึง 40% ของปริมาณฝุ่นจากรถยนต์ทั้งหมด เครื่องยนต์เก่าที่ระดับมาตรฐานยูโร 4 หรือต่ำกว่าปล่อยมลพิษประมาณ 72% ทำให้รถบรรทุกดีเซลเก่ากลายเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ การส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จำเป็นต้องสร้างความมั่นใจในเรื่องการใช้งาน การชาร์จไฟ และความปลอดภัย ขณะเดียวกัน จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าและสถานีชาร์จในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาเพลิงไหม้รถยนต์ไฟฟ้าและสถานีชาร์จก็เพิ่มตามมา ซึ่งการดับเพลิงมีความซับซ้อนและแตกต่างจากรถยนต์สันดาปภายใน แม้จะมีการซ้อมแผนรับมือเหตุเพลิงไหม้เฉพาะ แต่ภาครัฐยังขาดมาตรการชัดเจน จึงทำให้ประชาชนยังมีข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้งาน
กทม. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนและภาคธุรกิจหันมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ผ่านการสร้างบริบทการใช้ในหลายมิติ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ เชื่อมั่น และเป็นหน่วยงานต้นแบบแก่องค์กรอื่น ๆ 1. สนับสนุนการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ กทม. เช่น สวนสาธารณะ และสำนักงานเขต โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจจุดติดตั้งร่วมกับผู้ให้บริการ 3 ราย รวม 35 จุด คาดว่าจะเริ่มติดตั้งภายในเดือนสิงหาคม 2568 2. ด้านความปลอดภัย - ตั้งคณะกรรมการกำหนดมาตรการความปลอดภัยในการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าและสถานีชาร์จในกรุงเทพฯ - กำหนดมาตรฐานและแนวทางป้องกันอุบัติภัย รวมถึงมาตรการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอัคคีภัยแบตเตอรี่รถยนต์ EV และสถานีชาร์จ - บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเครือข่าย เพื่อเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ พร้อมมาตรฐานเครื่องมือและแผนเผชิญเหตุ รวมทั้งระบบประชาสัมพันธ์ข้อมูล 3. นำร่องโครงการดัดแปลงรถบรรทุกดีเซลขนาดเล็ก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น NLR 130 ให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยมี มจธ. เป็นที่ปรึกษา พร้อมรับการสนับสนุนเทคโนโลยีและอุปกรณ์จากภาคเอกชน และวางแผนจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนรถราชการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 500 คัน ภายในแผนปฏิบัติราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2570 4. พัฒนาบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเปิดสอนหลักสูตรวิชาชีพเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าที่โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมหลักสูตรช่างบริการและช่างประกอบมอเตอร์ไซค์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งแต่ 48 ถึง 200 ชั่วโมง 5. พัฒนาศักยภาพบุคลากร กทม. ให้สามารถดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง ผ่านการฝึกอบรมทฤษฎีและภาคปฏิบัติแบบ on the job training แก่ช่างเทคนิคกองโรงงานช่างกล หนองแขม 6. จัดหายานยนต์พลังงานไฟฟ้าใช้ในราชการ ได้แก่ - โครงการ BMA Feeder จำนวน 20 คัน ใน 5 เส้นทาง - โครงการรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT จำนวน 23 คัน - โครงการเช่ารถเก็บขนมูลฝอยพลังงานไฟฟ้า จำนวน 892 คัน (อยู่ระหว่างดำเนินการ) - โครงการเช่ารถบรรทุกน้ำพลังงานไฟฟ้า จำนวน 145 คัน (อยู่ระหว่างดำเนินการ)








ความไม่ต่อเนื่องของสัญญา กทม. ไม่มีรถขยะมาใช้ สำนักสิ่งแวดล้อมจึงได้รับอนุมัติจัดสรรงบกลางเพื่อไปดำเนินโครงการจัดหารถขยะมาใช้ในช่วงสั้น ๆ ระยะเวลาเช่าไม่เกิน 270 วัน (9 เดือน) เนื่องจากเกิดปัญหาในการดำเนินโครงการมาตรฐานของรถไฟฟ้าที่ได้รับการเสนอประมู,ไม่ตรงกับ TOR ซึ่งแทำให้ต้องยกเลิกกระบวนการและเกิดความล่าช้า