020 พัฒนาระบบติดตามการขออนุญาตกับ กทม.

OKR ปี 2568

อัพเดทล่าสุด Invalid Date

จำนวนคำขออนุญาตที่นำเข้าระบบออนไลน์ และ ประชาชนสามารถร่วมติดตามได้134รายการคำขออนุญาต

020 พัฒนาระบบติดตามการขออนุญาตกับ กทม.

สิ่งที่คนกรุงเทพได้

ระบบติดตามสถานะการขออนุญาตจาก กทม. เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถติดตามสถานะคำขออนุญาตก่อสร้างได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะอยู่ขั้นตอนใด อยู่ที่ใครรับผิดชอบ ใช้เวลากี่วัน ทำให้เห็นทันทีว่าการดำเนินการเป็นไปตามกรอบเวลาทางกฎหมายหรือไม่ การนำเทคโนโลยีมาใช้เช่นนี้ไม่เพียงเพิ่มความสะดวก แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดช่องว่างของคอร์รัปชัน เพราะเมื่อข้อมูลเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ความล่าช้าหรือความผิดปกติจะถูกสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับระบบราชการให้ทันสมัยและไว้วางใจได้มากขึ้น

เริ่มจากปัญหาอะไร

แม้ปัจจุบันภาครัฐจะมีการจัดทำ “คู่มือประชาชน” ตาม พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ ซึ่งระบุขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินงานไว้อย่างชัดเจน แต่ในความเป็นจริง การขออนุญาตต่าง ๆ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการประกอบธุรกิจของคนกรุงเทพฯ หลายคนไม่ทราบว่ากฎหมายกำหนดกรอบเวลาในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ไว้อย่างไร และบางครั้งเจ้าหน้าที่ใช้เวลามากกว่าที่ควร โดยไม่มีการแจ้งเหตุผลหรือสถานะความคืบหน้าให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน นำไปสู่ความไม่มั่นใจและความล่าช้าในการดำเนินธุรกิจ

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

กทม. เดินหน้ายกระดับการให้บริการประชาชนด้วย 2 แนวทางหลัก เพื่อให้การขออนุญาตต่าง ๆ เป็นเรื่องที่โปร่งใส ติดตามได้ และสะดวกมากขึ้น 1. ดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (BMAOSS) - ปรับกระบวนการขออนุญาตหลัก ๆ ของ กทม. เข้าสู่ระบบดิจิทัล เช่น การขออนุญาตก่อสร้าง ขอจำหน่ายอาหาร หรือขอเบี้ยคนพิการ - ระบบช่วยให้ประชาชนสามารถติดตามสถานะได้ชัดเจน ลดความคลุมเครือ และเจ้าหน้าที่ส่วนกลางสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา 2. เปิดช่องทางให้ประชาชนติดตามคำขอผ่าน LineOA - ใช้เลขบัตรประชาชน + เลขใบรับเรื่อง เพื่อตรวจสอบได้ว่าเรื่องอยู่ขั้นตอนไหน อยู่กับใคร - ลดการวิ่งตามเรื่อง ลดความรู้สึกว่า “เรื่องหาย” หรือ “ไม่มีคนรับผิดชอบ” ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียเวลาโดยไม่จำเป็น กทม. (ส่วนกลาง) ยังมีระบบติดตามผลการอนุญาตของแต่ละสำนักงานเขตอย่างใกล้ชิด หากพบว่าเขตใดออกใบอนุญาตล่าช้ากว่ากำหนดตามกฎหมาย เขตนั้นต้องรายงานต่อที่ประชุมผู้บริหารโดยตรงทันที เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานให้กลับมาอยู่ในกรอบ และลดภาระของประชาชนที่มารอใช้บริการ

อุปสรรคที่เจอระหว่างทาง

กทม. มีความตั้งใจจะให้ตั้งสถานีสลับแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ใต้สถานี BTS ตามแผนงานปี 2567 แต่เนื่องด้วยปัจจุบันจักรยานยนต์ไฟฟ้าไม่มีมาตรฐานแบตเตอรี่ ผู้ผลิตแต่ละรายใช้แบตเตอรี่แตกต่างกัน จึงไม่มีสถานีสลับแบตเตอรี่ที่ทุกคันใช้ร่วมกันได้จึงไม่สามารถอนุญาตให้รายหนึ่งรายใดหรือทุกรายเข้าติดตั้งในพื้นที่ได้

โครงการที่เกี่ยวข้อง

นโยบายอื่นๆ