
027 ถนน ซอย มีทางเดิน-ปั่นสะดวก เชื่อมขนส่งสบาย ลดการใช้รถ
OKR ปี 2568
อัพเดทล่าสุด Invalid Date
| ย่านที่สนับสนุนการใช้จักรยาน และ เชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ | 9 | ย่าน |
เมื่อกรุงเทพมหานครพัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางเดินเท้าและทางปั่นจักรยานอย่างจริงจัง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับปรุงพื้นที่กายภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในทุกมิติ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน ได้อะไรจากมาตรฐานทางเดินและทางปั่นจักรยานที่ได้รับการพัฒนา? มิติทางสังคม - พื้นที่สาธารณะปลอดภัยขึ้นสำหรับทุกคน ตั้งแต่เด็ก ผู้สูงอายุ ไปจนถึงผู้ใช้รถเข็น ช่วยส่งเสริมการเคลื่อนไหวอย่างเสรี และลดช่องว่างทางสังคมในการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ - เชื่อมโยงชุมชนเข้ากับระบบขนส่งสาธารณะได้ง่ายและสะดวก ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสถานที่สำคัญ เช่น โรงเรียน ตลาด และสถานที่ทำงาน ได้อย่างเท่าเทียม - เพิ่มพื้นที่สำหรับการพบปะสังสรรค์และกิจกรรมในชุมชน ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านและสร้างความเข้มแข็งของสังคมเมือง มิติทางเศรษฐกิจ - ลดค่าใช้จ่ายและเวลาการเดินทางของประชาชน เมื่อมีทางเดินและทางจักรยานที่ปลอดภัย คนจึงเลือกเดินหรือปั่นจักรยานแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว - เพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจในย่านชุมชน เพราะเข้าถึงง่ายขึ้นทั้งลูกค้าและผู้ประกอบการ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน - ช่วยลดภาระของระบบขนส่งและการจัดการจราจรในเมือง ลดต้นทุนด้านการบริหารจัดการและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน มิติทางสิ่งแวดล้อม - ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศจากการใช้รถยนต์ส่วนตัว ส่งผลให้อากาศในกรุงเทพฯ สดชื่นและปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้น - ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและยั่งยืน เช่น การเดินและปั่นจักรยาน ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม - พื้นที่ทางเดินและทางจักรยานที่ออกแบบอย่างดี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดความร้อนในเมือง สร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่และเป็นมิตรกับธรรมชาติ
กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ขยายตัวในลักษณะ Superblock ซึ่งหมายถึงการแบ่งพื้นที่เมืองเป็นบล็อกใหญ่ที่มีถนนสายหลักล้อมรอบ โดยรถยนต์ยังคงเป็นพาหนะหลักสำหรับการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การพึ่งพารถยนต์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเดินทางทั้งหมดได้ ในขณะที่โครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะกำลังขยายตัว แต่การเข้าถึงสถานีและสถานที่สำคัญในพื้นที่รอบบ้านยังมีอุปสรรคมากมาย เช่น ถนนซอยแคบที่เต็มไปด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ทางเดินเท้าและทางจักรยานจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อช่วยลดการใช้รถยนต์และเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น การพัฒนาโครงข่ายทางเดินเท้าและทางจักรยานในพื้นที่ย่านต่าง ๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างเมืองที่เดินทางได้สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
กทม. ส่งเสริมการเดินและการปั่นจักรยานเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ โดยมุ่งส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะและลดการพึ่งพารถยนต์ในการเดินทาง ผ่านโครงการหลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1. การพัฒนาเส้นทางจักรยานรายเขต 2. การปรับปรุงซอยต่างๆ ให้เหมาะกับการเดินและปั่นจักรยาน 3. แผนพัฒนาย่านเดิน-ปั่นใน 10 ย่านสำคัญ ทั้ง 3 โครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเส้นทางเดินและเส้นทางจักรยาน เพื่อเชื่อมชุมชนเข้ากับสถานที่สำคัญ เช่น วัด โรงเรียน ตลาด และห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ผ่านการปรับปรุงกายภาพ การทำสัญลักษณ์ และการจัดสรรพื้นที่บนผิวจราจร รวมถึงการปรับขนาดช่องทางจราจร ให้เป็นมิตรกับผู้เดินเท้าและผู้ใช้จักรยานมากขึ้น เส้นทางเหล่านี้ได้รับการวางแผนจากการสำรวจโดยอาสาสมัครในทุก 50 เขตของกรุงเทพฯ รวมทั้งการศึกษาพิเศษใน 10 ย่านรอบสถานีขนส่งสาธารณะ เช่น สถานีสามยอด พร้อมพงษ์ ลาดพร้าว 71 สายหยุด ท่าพระ ไฟฉาย บางซื่อ ช่องนนทรี และบางจาก ผลจากโครงการเหล่านี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด เช่น - การทดลองปรับปรุงพื้นที่ย่านท่าพระ - การปรับพื้นที่คนเดินในซอยพร้อมจิต (สุขุมวิท 39) - การปรับขอบทางเดินในซอยรัชดา 19 - การพัฒนาพื้นที่สาธารณะ ทางเดิน และทางจักรยานในลานคนเมืองและถนนอุณากรรณ นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมอุปทานจักรยานและการให้บริการจักรยานสาธารณะในย่านต่าง ๆ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายอาสาสมัครภาคีจักรยานเมืองกรุงเทพฯ มูลนิธิสถาบันการเดินและการปั่นแห่งประเทศไทย และหน่วยงานทางวิชาการ เช่น Urban Ally มหาวิทยาลัยศิลปากร Healthy Space Forum และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี รวมถึงการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย และ Dutch Cycling Embassy


















แม้กรุงเทพฯ จะมีลักษณะเป็นเมืองแบบ Superblock ที่แบ่งพื้นที่ออกเป็นบล็อกใหญ่ล้อมรอบด้วยถนนสายหลัก แต่ภายในบล็อกนั้นยังมีถนนและซอยย่อยจำนวนมากที่มีปริมาณรถยนต์หนาแน่นเกินกว่าขนาดถนนจะรองรับได้อย่างปลอดภัย ส่งผลให้การใช้ถนนร่วมกันระหว่างรถยนต์ ผู้เดินเท้า และผู้ใช้จักรยานเป็นไปอย่างท้าทาย นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนพื้นที่เพื่อขยายทางเดินเท้า หรือเพิ่มเส้นทางจักรยาน ยังติดขัดด้วยลักษณะพื้นที่โดยรอบ เช่น ที่อยู่อาศัยที่มีความจำเป็นต้องป้องกันน้ำฝนไม่ให้ไหลย้อนเข้าบ้าน จึงไม่สามารถปรับขอบถนนให้กว้างขึ้นเพื่อวางระบบระบายน้ำรูปตัววีได้ตามต้องการ ด้วยเหตุนี้ กรุงเทพมหานครจึงยังคงต้องเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านทั้งด้านนโยบายและพฤติกรรม เพื่อสร้างความเข้าใจและคืนสิทธิ์ทางเดินเท้า รวมทั้งพื้นที่สำหรับจักรยาน ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งส่งเสริมให้ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อพัฒนาเมืองที่ปลอดภัย สะดวก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น