046 ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดงบประมาณ กทม. (participatory budgeting)

OKR ปี 2568

อัพเดทล่าสุด Invalid Date

ช่องทางร่วมกำหนดงบ6ช่องทาง
ความคิดเห็นประชาชน641จำนวนความคิดเห็น
โครงการที่ประชาชนมีส่วนร่วม)185โครงการ

046 ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดงบประมาณ กทม. (participatory budgeting)

สิ่งที่คนกรุงเทพได้

ประชาชนมีโอกาสร่วมกำหนดทิศทางการใช้งบประมาณของเมืองอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่รับฟังความคิดเห็น แต่ได้เสนอแนวคิด เลือกโครงการ และติดตามผลการดำเนินงานด้วยตนเอง เงินภาษีของประชาชนจึงถูกนำไปใช้กับสิ่งที่จำเป็นจริงในพื้นที่ เช่น การซ่อมถนนในชุมชน การติดไฟส่องสว่าง การสร้างพื้นที่สาธารณะ หรือกิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชนในละแวกบ้าน ทำให้เมืองพัฒนาอย่างตรงจุด สร้างประโยชน์ได้จริง และประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของเมืองอย่างแท้จริง

เริ่มจากปัญหาอะไร

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดงบประมาณของ กทม. ยังเป็นเรื่องจำกัดและไม่ลึกซึ้งมากนัก โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ถูกจำกัดไว้แค่การ “รับฟังความคิดเห็น” หรือ “ให้ข้อเสนอแนะ” ต่อแผนงานที่ทาง กทม. เตรียมไว้แล้ว มากกว่าที่จะได้มีเสียงโดยตรงในการตัดสินใจว่าจะใช้งบประมาณอย่างไร ซึ่งทำให้การจัดสรรงบประมาณอาจไม่สะท้อนถึงความต้องการจริงของชุมชนและประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง นอกจากนี้ การขาดช่องทางและกระบวนการที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ยังทำให้เกิดความรู้สึกว่าการบริหารงบประมาณเป็นเรื่องไกลตัว และประชาชนไม่ได้เป็นเจ้าของงบประมาณของเมืองอย่างเต็มที่

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

เพื่อแก้ไขปัญหาการมีส่วนร่วมที่ยังจำกัด กทม. ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดงบประมาณและพัฒนาเมืองอย่างแท้จริง ดังนี้ 1. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างจริงจัง กทม. ได้นำแนวทาง Participatory Budgeting มาใช้ในกระบวนการจัดการงบประมาณ โดยแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การเปิดรับข้อเสนอจากประชาชน การร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการ การเปิดให้ประชาชนลงคะแนนเลือกโครงการที่ต้องการ และติดตามตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง กลไกนี้ช่วยสร้างความมั่นใจว่าเงินภาษีของประชาชนจะถูกใช้อย่างตรงจุด ตอบโจทย์ความต้องการจริงในชุมชนและเมืองอย่างยั่งยืน 2. เพิ่มความโปร่งใสผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ข้อมูลงบประมาณเปิดเผยและเข้าถึงได้ง่าย กทม. จึงพัฒนาแพลตฟอร์ม Bangkok Budgeting ร่วมกับทีม WeVis และ HAND Social Enterprise ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดการใช้งบประมาณได้อย่างโปร่งใส และมีส่วนร่วมในการออกแบบงบประมาณของเมืองผ่านช่องทางออนไลน์ได้สะดวกและทันสมัยมากขึ้น 3. กระจายอำนาจและงบประมาณสู่ชุมชนโดยตรง กทม. ริเริ่มโครงการ ชุมชนเข้มแข็งพัฒนาตนเอง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยจัดสรรงบประมาณจำนวน 200,000 บาทต่อชุมชน ให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่มีอำนาจคิดและดำเนินการแก้ไขปัญหาในชุมชนของตนเองอย่างเต็มที่ เป็นการกระจายอำนาจและงบประมาณลงสู่ระดับพื้นที่โดยตรง ส่งเสริมการพัฒนาที่ตอบสนองบริบทเฉพาะของแต่ละชุมชนได้อย่างแท้จริง

อุปสรรคที่เจอระหว่างทาง

แม้ กทม. จะเริ่มผลักดันแนวคิด งบประมาณแบบมีส่วนร่วม (Participatory Budgeting) อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเปิดทางให้ประชาชนร่วมกำหนดทิศทางการใช้งบประมาณของเมือง แต่การเปลี่ยนผ่านจากระบบเดิมที่เน้นเพียงการรับฟังความคิดเห็น มาเป็นระบบที่ประชาชนมีบทบาทอย่างแท้จริง ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายด้าน 1. การรักษาการมีส่วนร่วมที่ต่อเนื่องและครอบคลุมทุกกลุ่ม แม้จะเริ่มมีช่องทางใหม่ เช่น เวทีชุมชนหรือแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่ประชาชนบางกลุ่มยังเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร เช่น ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง หรือผู้ที่ไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยี การสร้างเครือข่ายแกนนำชุมชนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการกระจายข้อมูลและสร้างการมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่ให้เกิดขึ้นจริง 2. ข้อจำกัดของงบประมาณและความล่าช้าในการเบิกจ่าย จากการดำเนินโครงการ ชุมชนเข้มแข็งพัฒนาตนเองฯ ต้องอาศัยเวลาในการทำความเข้าใจในกฎระเบียบ เช่น อะไรสามารถซื้อได้ และ ไม่สามารถซื้อได้ ทำเกิดความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณในระยะแรก แต่ในปัจจุบันได้มีการสื่อสารทำความเข้าใจกับชุมชน และ สำนักงานเขตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้มีการจัดทำโครงการตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จแล้ว เป็นต้นแบบการดำเนินการเพื่อให้สามารถเบิกจ่ายเงินงบประมาณได้ง่ายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น 3. การขาดความเข้าใจในโครงสร้างงบประมาณของเมือง ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่เข้าใจว่างบประมาณของ กทม. แบ่งเป็นงบบุคลากร ดำเนินการ และลงทุนอย่างไรบ้าง จึงอาจเสนอแนวทางที่ไม่สอดคล้องกับข้อจำกัดที่มีอยู่ ส่งผลให้กระบวนการมีส่วนร่วมขาดความเชื่อมโยงกับบริบทการจัดสรรงบที่แท้จริง

โครงการที่เกี่ยวข้อง

นโยบายอื่นๆ