052 พัฒนาแบบจำลองเสมือนกรุงเทพฯ (Digital Twin) เพื่อใช้วางแผนและแก้ปัญหาเมือง

OKR ปี 2568

อัพเดทล่าสุด Invalid Date

บันทึกข้อมูลที่ดิน/อาคาร100%
ตรวจสอบแก้ไขข้อมูลที่ดิน/อาคาร1,294,651จำนวนรายการบ้าน
ฐานข้อมูลเมืองอัจฉริยะ5ชุดข้อมูล

052 พัฒนาแบบจำลองเสมือนกรุงเทพฯ (Digital Twin) เพื่อใช้วางแผนและแก้ปัญหาเมือง

สิ่งที่คนกรุงเทพได้

เมืองฉลาดขึ้น ประชาชนก็ใช้ชีวิตง่ายขึ้น เมื่อกรุงเทพฯ มีระบบข้อมูลที่แม่นยำและทันสมัย การวางแผนเมืองก็ไม่ใช่การเดาอีกต่อไป ปัญหาน้ำท่วม ฝุ่น หรือผลกระทบจากการก่อสร้าง ล้วนสามารถจำลองและจัดการได้ล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนรับมือได้ทัน รู้ล่วงหน้า–รับมือได้ทัน กทม. ใช้แบบจำลองเมือง (Digital Twin) จำลองสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การไหลของน้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 หรือผลกระทบจากการปิดถนน เพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ลดผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เมืองจัดการตัวเองเก่งขึ้น ระบบข้อมูลกลางช่วยให้ กทม. วางแผนโครงสร้างพื้นฐาน ซ่อมแซมถนน วางท่อ หรือขยายทางเท้า ได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่เสียเวลากับการตัดสินใจผิดพลาด โปร่งใส ตรวจสอบได้ การเปิดข้อมูลเมือง 3 มิติให้ภาคเอกชน–ประชาชนเข้าถึงได้ จะช่วยสร้างความโปร่งใส และเปิดโอกาสให้คนมีส่วนร่วมเสนอแนวทางพัฒนาเมือง ตอบโจทย์ความต้องการได้ดีขึ้น การวางผังเมืองแบบใช้ข้อมูลจริง จะช่วยให้พื้นที่ใช้สอย สวนสาธารณะ ที่อยู่อาศัย และระบบขนส่ง สอดคล้องกับความต้องการจริงของคนในพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ เพราะเมืองที่มองเห็นปัญหาชัดจากข้อมูล จะสามารถกระจายงบประมาณและการพัฒนาได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น

เริ่มจากปัญหาอะไร

ข้อมูลเมืองยังแยกส่วน ขาดระบบรวมศูนย์ที่ทันสมัย แม้ กทม. จะเริ่มใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น LiDAR และภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อเก็บข้อมูลสามมิติของเมือง แต่ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ อย่าง เสาไฟฟ้า ท่อประปา สายสื่อสาร ระบบระบายน้ำ ยังคงกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ทั้งในและนอก กทม. โดยไม่มีระบบเชื่อมโยงหรือมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ กทม. ไม่สามารถวิเคราะห์ วางแผน หรือจำลองแนวทางแก้ปัญหาเมืองได้อย่างแม่นยำ เช่น การจัดการน้ำท่วม การวางแผนถนน ทางเท้า สาธารณูปโภค หรือการพัฒนาพื้นที่อย่างรอบด้าน ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบริหารเมืองที่มีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ยกระดับ “ข้อมูลเมือง” ให้เป็นเครื่องมือวางแผน กำกับ และป้องกันปัญหาเมืองแบบเรียลไทม์ 1. พัฒนาฐานข้อมูลเมืองแบบครบวงจร กทม. ปรับปรุงแผนที่เชิงตัวเลขและข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ทันสมัยแล้วกว่า 75% พร้อมจัดทำชุดข้อมูลภูมิสารสนเทศสำหรับสร้าง Digital Twin ของกรุงเทพฯ ที่รวมทั้งแผนที่ 2D/3D และข้อมูล Real-Time เช่น ระดับน้ำ ฝุ่น PM2.5 หรือกล้อง CCTV เพื่อให้สามารถ ติดตาม คาดการณ์ และแก้ปัญหาเมืองได้แม่นยำมากขึ้น 2. BKK Risk map กทม. รวบรวมข้อมูลจุดเสี่ยงที่สำคัญต่าง ๆ เช่น จุดเสี่ยงอุทกภัย จุดเสี่ยงอัคคีภัย จุดเสี่ยงภัย จุดเสี่ยงความปลอดภัยทางถนนจุดเสี่ยงแผ่นดินไหว จุดเสี่ยงโรคระบาด โดยรวบรวมข้อมูลสถิติในอดีตที่เกิดขึ้น อุปกรณ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เกี่ยวข้องกับภัยนั้น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลเปิดให้กับประชาชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ 3. พัฒนาแพลตฟอร์มกลาง สร้างระบบแสดงผลข้อมูลเมืองแบบ 3 มิติ และแพลตฟอร์มกลางที่ให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนสามารถเชื่อมโยงและอัปเดตข้อมูลร่วมกัน เช่น ข้อมูลอาคาร ท่อระบายน้ำ หรือพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ทุกหน่วยงานทำงานบน ฐานข้อมูลเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ 4. เปิดเมืองให้ประชาชนเข้าใจและมีส่วนร่วม จัดนิทรรศการ “Bangkok City Model” ที่จำลองกรุงเทพฯ ด้วยเทคโนโลยี Interactive เช่น VR/AR และ Model Mapping ให้ประชาชนได้มองเมืองในมิติใหม่ เข้าใจว่าข้อมูลเมืองเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันอย่างไร และร่วมเสนอแนวทางการพัฒนาเมืองได้อย่างตรงจุด

อุปสรรคที่เจอระหว่างทาง

เชื่อมข้อมูลเมือง = ยาก เพราะข้อมูลกระจัดกระจาย + ต้องการความทันสมัยตลอดเวลา แม้ กทม. จะเริ่มพัฒนาระบบ Digital Twin และฐานข้อมูลเมือง 3 มิติแล้ว แต่การรวมข้อมูลพื้นฐาน เช่น แผนที่ สาธารณูปโภค อาคาร ถนน หรือข้อมูลเซนเซอร์จากหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ทั้งในและนอก กทม. ยังเป็นเรื่อง ซับซ้อนและไม่ไร้รอยต่อ เนื่องจาก - ข้อมูลถูกจัดเก็บแยกกัน - มาตรฐานแตกต่างกัน - และต้องการข้อมูลที่อัปเดตทันสถานการณ์อยู่เสมอ จึงยังต้องอาศัยการประสานงานและความร่วมมือจากหลายฝ่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบฐานข้อมูลเมืองสมบูรณ์ ใช้งานจริงได้เต็มประสิทธิภาพ

โครงการที่เกี่ยวข้อง

นโยบายอื่นๆ