
067 ยกระดับห้องแล็บคอมพิวเตอร์ทุกโรงเรียนให้ทันสมัยและเพียงพอ
OKR ปี 2568
อัพเดทล่าสุด Invalid Date
| เพิ่มคอมพิวเตอร์สำหรับการเรียน | 21,553 | เครื่อง |
| ปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น | 598 | ห้อง |
นักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม. มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีการเรียนรู้ยุคใหม่ ผ่านห้องเรียนดิจิทัลที่ทันสมัย พร้อมคอมพิวเตอร์ 1:1 หนึ่งคนต่อหนึ่งเครื่อง ช่วยลดภาระผู้ปกครอง เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ออนไลน์ และเสริมทักษะศตวรรษที่ 21 ให้กับเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม
แม้โรงเรียนสังกัด กทม. จะมีห้องแล็บคอมพิวเตอร์ครบทุกแห่ง แต่อดีตเคยเผชิญปัญหาอุปกรณ์ไม่เพียงพอ เด็กต้องแบ่งกันใช้ และมีเวลาเรียนเพียงสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง หลายโรงเรียนใช้อุปกรณ์เก่าชำรุดจนใช้งานไม่ได้ ส่งผลให้การเรียนรู้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และไม่พร้อมรองรับหลักสูตรใหม่ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น
กทม. ปรับปรุงห้องแล็บคอมพิวเตอร์ครบทั้ง 437 โรงเรียนภายในปีแรก (2565-2566) แต่พบว่าห้องแล็บเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งโรงเรียน นักเรียนมีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์เฉลี่ยเพียง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กทม. จึงต่อยอดสู่การพัฒนา Digital Classroom เปลี่ยนห้องเรียนทั่วไปให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ดิจิทัล ที่สามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในทุกวิชา ไม่จำกัดเฉพาะห้องคอมฯ หรือวิชาคอมพิวเตอร์อีกต่อไป Digital Classroom ให้นักเรียนมีคอมพิวเตอร์พกพา 1 คนต่อ 1 เครื่อง โดยใช้ Chromebook ซึ่งเหมาะกับการเรียนรู้มากกว่าแท็บเล็ต นักเรียนใช้เครื่องเดิมต่อเนื่องในแต่ละปี และเรียนรู้ผ่าน Google Workspace for Education เปิดโอกาสให้ครูออกแบบการเรียนการสอนแบบ Active-based Learning ได้อย่างคล่องตัว เด็กเรียนรู้ตามจังหวะของตนเอง ทบทวนบทเรียนออนไลน์ มีส่วนร่วม สนุกกับการเรียน พร้อมฝึกทักษะศตวรรษที่ 21 เช่น การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม ผ่านกิจกรรมแบบ Interactive ทั้งใน Google Classroom และ Google Meet ที่รองรับผู้เรียนสูงสุด 100 คน พร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลถึง 100 TB เนื้อหาเน้น 7 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย คอมพิวเตอร์ และประวัติศาสตร์ เป็นต้น ช่วงเริ่มต้น กทม. ร่วมกับ Google และคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ทดลองใช้แท็บเล็ต แต่พบข้อจำกัดหลายด้าน จึงปรับมาใช้ Chromebook และนำร่องในห้องเรียนต้นแบบ ผลการประเมินพบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 28% เมื่อเทียบกับห้องเรียนแบบเดิม และครูมีทักษะเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งยังช่วยลดเวลาในการสอนและตรวจงาน ในปีต่อมา กทม. เปิดแพลตฟอร์มรับบริจาคคอมพิวเตอร์พกพามือสอง ได้รับบริจาคมากกว่า 1,000 เครื่องและกระจายไปยัง 11 โรงเรียนนำร่อง แต่พบปัญหาเรื่องคุณภาพและภาระซ่อมบำรุง จึงอยู่ระหว่างดำเนินการขอใช้งบประมาณเพื่อจัดซื้อ Chromebook ใหม่ โดยตั้งเป้าขยาย Digital Classroom ให้ครบทุกโรงเรียนในสังกัดภายในปีการศึกษา 2569 จากการดำเนินงานทั้งหมด กทม. ได้นำสองนโยบายเดิม ได้แก่ - นโยบาย 067: ยกระดับห้องแล็บคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัย - นโยบาย 069: ร่วมกับเอกชนจัดหาแท็บเล็ตให้นักเรียน รวมเป็น Digital Classroom แนวทางใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ประสิทธิภาพ และโอกาสการเรียนรู้ของเด็กกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง
ความท้าทายสำคัญคือการพัฒนาศักยภาพครูให้ทันกับการเรียนรู้ยุคใหม่ แม้จะมีอุปกรณ์และระบบสนับสนุนแล้ว แต่การออกแบบบทเรียนแบบ Active-based Learning ยังต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง กทม. จึงเร่งผลักดันการพัฒนาครูให้มากขึ้น เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ห้องเรียนดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริง ในระยะยาว กทม. ตั้งเป้าจัดหา Chromebook ให้นักเรียนกว่า 130,000 คน ภายในปี 2569 ขยายผลห้องเรียนดิจิทัลให้ครอบคลุมตั้งแต่ ป.4 ถึง ม.3 และยกระดับโรงเรียนทั้งระบบให้พร้อมรับอนาคตการศึกษาอย่างแท้จริง