
070 คืนครูให้นักเรียน ลดภาระงานเอกสารด้วยเทคโนโลยี
OKR ปี 2568
อัพเดทล่าสุด Invalid Date
| จ้างเจ้าหน้าที่ธุรการเพิ่ม | 371 | ราย |
| มีธุรการที่มีทักษะดิจิตัล | 371 | ราย |
| งานเอกสารลดลง | 53 | % |
| ลดจำนวนโครงการ/กิจกรรมที่ครูต้องรับผิดชอบให้เหลือไม่เกิน | 3 | โครงการ/ปีการศึกษา |
| ครูกทม.พอใจกับการใช้ระบบ BEMIS | 79 | % |
ครูในโรงเรียนสังกัด กทม. มีเวลามากขึ้นในการสอน ดูแล และพัฒนานักเรียนอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับงานเอกสารซ้ำซ้อน จึงมั่นใจได้ว่าลูกหลานจะได้รับการดูแลจากครูที่มีสมาธิในห้องเรียนจริง ขณะเดียวกัน ข้อมูลทางการศึกษาก็ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และใช้งานง่าย
ครูต้องใช้เวลามากกับการจัดทำรายงานและเอกสารส่งหลายหน่วยงาน แม้เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน รวมทั้งภาระงานอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการสอน เช่น งานธุรการ งานกิจกรรม และงานซ่อมแซมสถานที่ ส่งผลให้เวลาที่ควรใช้กับการเตรียมการสอนและดูแลนักเรียนลดลง
1. พัฒนาระบบจัดการข้อมูลการศึกษาและงานธุรการของโรงเรียนด้วยเทคโนโลยี โดย - เปลี่ยนระบบงานเอกสารจากกระดาษเป็นดิจิทัล (Digitalization) ลดการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน และง่ายต่อการจัดเก็บ - จัดอบรมเพิ่มศักยภาพพนักงานธุรการ และจ้างธุรการที่มีทักษะดิจิทัลมาทำงานแทนครู - ใช้โปรแกรม Thai School Lunch for Catering ช่วยคิดคำนวณรายจ่าย วางแผนจัดซื้อ และทำบัญชีออนไลน์ - สำรวจแนวทางลดเอกสารเบิกจ่ายค่าอาหารกลางวันที่สอดคล้องกับระบบเขตและโรงเรียน 2. สำหรับโรงเรียนที่ไม่มีตำแหน่งธุรการการเงิน ได้จ้างธุรการประจำโรงเรียนเพิ่มโรงเรียนละ 1 คน รวม 371 คนแล้ว
ความท้าทายคือ 1. ทำให้ครูทุกคนเข้าถึงระบบดิจิทัลอย่างราบรื่น ต้องเร่งอบรม สนับสนุนอุปกรณ์ และพัฒนาระบบให้ใช้งานง่าย ไม่เป็นภาระใหม่ วัดผลจากความพึงพอใจของครู และภาระงานที่ลดลงจริง เพื่อให้ครูได้โฟกัสกับหน้าที่หลักคือสอนและดูแลเด็กอย่างเต็มที่ 2. ระบบเบิกจ่ายยังขึ้นอยู่กับสำนักงานเขต บางแห่งยังใช้ระบบเดิม ทำให้ภาระเอกสารไม่ลดลงตามเป้าหมาย