073 ปรับหลักเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะให้สอดคล้องกับการสอน ลดภาระการทำเอกสาร

073 ปรับหลักเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะให้สอดคล้องกับการสอน ลดภาระการทำเอกสาร

สิ่งที่คนกรุงเทพได้

ครู กทม. จะได้รับการประเมินวิทยฐานะที่ ยุติธรรม ทันสมัย และสะท้อนการสอนจริง ผ่านระบบใหม่ที่เน้นทั้งการประเมินตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (วPA) และผลงานที่เกิดขึ้นจริงในห้องเรียน ครูไม่ต้องจัดทำเอกสารจำนวนมากเหมือนเดิม ทำให้มีเวลาเพิ่มขึ้นในการสอนและพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มที่ อีกทั้งผลจากห้องเรียนยังถูกนำมาใช้ประเมินการเลื่อนวิทยฐานะ ทำให้ครูมีแรงจูงใจและแรงบันดาลใจในการพัฒนางานต่อเนื่อง

เริ่มจากปัญหาอะไร

ที่ผ่านมา การประเมินเลื่อนวิทยฐานะของครู กทม. เผชิญปัญหาหลายด้าน เช่น เกณฑ์การประเมินไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันระหว่างกรรมการหรือโรงเรียน การกำหนดคะแนนในแต่ละส่วนไม่ชัดเจน และกรรมการบางคนไม่เข้าใจบริบทของครูสังกัด กทม. ครูต้องจัดทำเอกสารผลงานจำนวนมากซึ่งไม่สะท้อนการสอนจริง ผลงานวิชาการบางส่วนไม่ได้ทดลองใช้กับนักเรียนจริงหรือจ้างทำ ทำให้ไม่สะท้อนปัญหาที่พบในการสอน การเลื่อนวิทยฐานะใช้เวลานานมาก เฉลี่ย 11–14 ปี และบางครูยังเปลี่ยนกลุ่มสาระวิชาไม่ตรงกับความถนัด เพื่อหวังให้ผ่านการประเมิน

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

กทม. ได้เริ่มปรับหลักเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะตั้งแต่ปี 2566–2568 และดำเนินการผ่านคณะกรรมการและอนุกรรมการวิสามัญด้านการศึกษา โดยมีความคืบหน้าดังนี้ 1. สำรวจความคิดเห็นครู จำนวน 5,823 คน เพื่อนำมาพัฒนาเกณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการจริง 2. จัดทำแนวทางใหม่ให้ครูเลือกได้ 2 ช่องทาง - ประเมินตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (วPA) - จัดทำผลงานวิชาการแบบเดิม ปรับให้เหมาะกับบริบท กทม. 3. ร่างมาตรฐานตำแหน่งและวิทยฐานะใหม่ ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ ก.ค.ศ. 4. เตรียมระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล เพื่อลดเอกสารและเพิ่มความโปร่งใส 5. จัดอบรม “How to ทำผลงานทางวิชาการ” สำหรับครูในแต่ละสาขา 6. ปรับเกณฑ์คะแนนและคุณสมบัติให้ชัดเจน และสะท้อนผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนจริง เช่น - ครูชำนาญการพิเศษ: ผลรวมคะแนน ≥ 70% และผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน ≥ 65% - ครูเชี่ยวชาญ: ผลรวมคะแนน ≥ 75% และผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน ≥ 70% - ครูเชี่ยวชาญพิเศษ: ผลรวมคะแนน ≥ 80% และผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน ≥ 75%

อุปสรรคที่เจอระหว่างทาง

แม้ว่า กทม. จะปรับระบบการเลื่อนวิทยฐานะของครู แต่ก็ยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ได้แก่ - จำนวนครูผู้ยื่นเลื่อนวิทยฐานะน้อยเมื่อเทียบกับผู้มีสิทธิ แสดงว่าระบบยังซับซ้อนและยุ่งยาก จำเป็นต้องปรับกระบวนการให้เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ และไม่เป็นภาระ - ขาดกลไกวัดผลการสอนที่เชื่อมโยงทั้งระบบ หากมีเครื่องมือที่สะท้อนสมรรถนะจริงของครู จะสามารถใช้ผลในการเลื่อนวิทยฐานะ การพิจารณาโอนย้ายหรือแต่งตั้งได้ - ผู้บริหารโรงเรียนต้องมีความเชี่ยวชาญทั้งด้านวิชาการและการบริหาร เพื่อเป็นผู้นำทางวิชาชีพ สนับสนุนการพัฒนาครูและคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างแท้จริง

โครงการที่เกี่ยวข้อง

นโยบายอื่นๆ