076 ยกระดับคุณภาพกล้องวงจรปิด ป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก

OKR ปี 2568

อัพเดทล่าสุด Invalid Date

สัดส่วนผู้ที่ยื่นขอภาพ CCTV ออนไลน์86%

076 ยกระดับคุณภาพกล้องวงจรปิด ป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก

สิ่งที่คนกรุงเทพได้

คนกรุงเทพฯ จะได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนจากระบบกล้องวงจรปิดและ AI ที่ปรับปรุงใหม่ ได้แก่ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่สูงขึ้น เนื่องจากพื้นที่จุดเสี่ยงและจุดอับสายตาจะได้รับการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถ ตรวจพบและระงับเหตุได้รวดเร็ว เมื่อเกิดสถานการณ์ผิดปกติ รวมถึงช่วยตำรวจ ติดตามผู้กระทำผิดหรือคนร้ายได้แม่นยำและทันเวลา ส่งผลให้การใช้พื้นที่สาธารณะของประชาชนปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้ง ยกระดับมาตรการความปลอดภัยในช่วงเทศกาล เพิ่มความมั่นใจให้ทั้งคนกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

เริ่มจากปัญหาอะไร

ปัญหาสำคัญในการบริหารจัดการความปลอดภัยและการจราจรของ กทม. คือ เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดเดิมล้าสมัย ความคมชัดต่ำ และขาดระบบ AI สำหรับแจ้งเตือนภัย ทำให้การเฝ้าระวังยังต้องพึ่งพาบุคลากร ซึ่งอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ นอกจากนี้ ปัญหาพฤติกรรมผู้ใช้ถนน เช่น การขับขี่บนทางเท้า หรือรถสาธารณะจอดกีดขวาง ส่งผลต่อความคล่องตัวของการจราจรและสร้างความไม่ปลอดภัย รวมถึงการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ทั้งยังมีข้อจำกัดด้านการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานความมั่นคง ทำให้ยากต่อการติดตามผู้กระทำผิดที่มีหมายจับในพื้นที่สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

การดำเนินการของ กทม. เพื่อยกระดับความปลอดภัยและการจัดการจราจรประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี (Infrastructure Upgrade) - เปลี่ยนกล้อง CCTV รุ่นเก่าที่เสื่อมสภาพจำนวน 2,900 กล้อง เป็นกล้องความคมชัดสูง รองรับเทคโนโลยี AI - ขยายการติดตั้งกล้อง AI ในเส้นทางถนนสายหลัก ครอบคลุม 6 กลุ่มเขต และพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ย่านสุขุมวิท (ซอย 3 - แยกอโศก) เพื่อปิดจุดบอดและเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง 2. กวดขันวินัยจราจรและจัดระเบียบเมืองด้วย AI (AI Traffic Enforcement) - ติดตั้งระบบกล้อง AI ตรวจจับผู้ฝ่าฝืนกฎจราจร เช่น การขับขี่บนทางเท้า และการจอดกีดขวาง ในพื้นที่วิกฤตจำนวน 200 จุด - ขยายผลการจัดระเบียบย่านเศรษฐกิจ ผ่าน “ราชประสงค์โมเดล” และ “สุขุมวิทโมเดล” ใช้กล้อง AI ตรวจจับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ที่จอดแช่หรือกีดขวาง พร้อมส่งข้อมูลให้กรมการขนส่งทางบกและเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี 3. บูรณาการฐานข้อมูลเพื่อความมั่นคง (Security Data Integration) - ประสานกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และหน่วยงานความมั่นคง เชื่อมโยงข้อมูลจากกล้อง AI (อ่านป้ายทะเบียนและตรวจจับลักษณะบุคคล) กับฐานข้อมูลหมายจับ - บูรณาการข้อมูลร่วมกับภาคเอกชน นำร่องเชื่อมสัญญาณภาพจากกล้อง CCTV ในพื้นที่ระบบขนส่งมวลชน (เช่น BTS นานา และอโศก) มาประมวลผลร่วมกับกล้อง กทม. เพื่อขยายพื้นที่เฝ้าระวังสาธารณะอย่างครอบคลุม

อุปสรรคที่เจอระหว่างทาง

อุปสรรคในการยกระดับระบบความปลอดภัยและการจัดการจราจรของ กทม. สามารถสรุปได้ดังนี้ ข้อจำกัดด้านงบประมาณและเทคโนโลยี การเปลี่ยนระบบกล้องวงจรปิดจาก Analog เดิมไปสู่ระบบอัจฉริยะ (AI) ครบวงจรต้องใช้งบประมาณสูงและมีความซับซ้อนทางเทคนิคในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่กับของเดิม ดังนั้น กทม. จึงใช้แนวทาง AI Software-based เพื่อวิเคราะห์ภาพจากกล้องเดิม ลดค่าใช้จ่ายฮาร์ดแวร์ และกำหนดแผนติดตั้งโดยเน้น พื้นที่จุดเสี่ยงสูงสุดเป็นลำดับแรก การบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน แม้ระบบ AI จะตรวจพบผู้กระทำความผิด แต่ กทม. ไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายเองได้ ต้องประสานงานกับหน่วยงานอื่น เช่น ตำรวจ และกรมการขนส่งทางบก ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ทำให้บางกรณีต้องใช้เวลาและขั้นตอนมากขึ้น

โครงการที่เกี่ยวข้อง

นโยบายอื่นๆ