
094 รณรงค์สิทธิและระเบียบวินัยพลเมืองในเรื่องจราจร ความสะอาด คอร์รัปชั่น สิ่งแวดล้อม
OKR ปี 2568
อัพเดทล่าสุด Invalid Date
| Engagement | 197,762,122 | ครั้ง |
การส่งเสริมวินัยและจิตสำนึกส่วนรวมช่วยให้กรุงเทพฯ มีถนนที่ปลอดภัย ลดอุบัติเหตุและความวุ่นวายทางจราจร เมืองสะอาดขึ้น ลดปัญหาขยะและมลพิษ พร้อมยกระดับสุขอนามัยของชุมชน นอกจากนี้ การต้านคอร์รัปชันและเพิ่มความโปร่งใสในภาครัฐสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าเงินภาษีถูกใช้อย่างคุ้มค่าและโปร่งใส ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมช่วยทำให้เมืองยั่งยืน ลดผลกระทบจากมลพิษและสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยรวมแล้ว ความเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้มีความปลอดภัย สะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มากไปกว่านั้นยังสร้างสังคมที่มีความไว้วางใจและร่วมมือกันพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต
พฤติกรรมของคนในเมืองมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนากรุงเทพฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหา วินัยพลเมือง ที่ดูเหมือนเรื่องเล็ก กลับส่งผลซ้ำซ้อนต่อทั้งระบบจราจร ความสะอาด ไปจนถึงภาพลักษณ์ของเมืองและความไว้วางใจต่อภาครัฐ โดยปัญหาหลักที่พบ ได้แก่: ด้านจราจร การขับขี่บนทางเท้า จอดรถในที่ห้ามจอด และการละเมิดกฎจราจรโดยประมาท เป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อย และเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหารถติด ความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และการแย่งใช้พื้นที่สาธารณะที่ควรเป็นของทุกคน ด้านความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ขยะริมทาง ขยะที่ไม่ได้แยก หรือการไม่ดูแลพื้นที่รอบตัว สะท้อนถึงการขาดจิตสำนึกในส่วนรวม ทำให้เมืองสกปรก เกิดกลิ่น มลภาวะ และยังเพิ่มภาระให้กับระบบจัดการของรัฐโดยไม่จำเป็น ด้านความโปร่งใสและคอร์รัปชัน แม้ประชาชนจะตื่นตัวมากขึ้น แต่การรับรู้ถึงความไม่โปร่งใสในการทำงานของรัฐก็ยังมีอยู่ในบางกรณี ส่งผลให้เกิดความรู้สึก “ไม่ไว้ใจ” และไม่อยากมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสร้างเมืองร่วมกันอย่างแท้จริง
เปลี่ยนวินัยเล็กน้อย ให้กลายเป็นพลังของทั้งเมือง ปัญหาวินัยพลเมือง เช่น การไม่เคารพกฎจราจร หรือการทิ้งขยะไม่ถูกที่ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง กทม. จึงเดินหน้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนด้วยการสื่อสารเชิงรุก นำวิทยาศาสตร์พฤติกรรมและส่งเสริมวัฒนธรรมเมือง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนและเป็นรูปธรรม 1. สื่อสารให้ถึงทุกคน กทม. ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์แล้วกว่า 70 ชิ้นงาน ครอบคลุมทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากถึง 40 ล้านครั้ง เพื่อสร้างความเข้าใจต่อปัญหาเมืองและปลุกพลังของความร่วมมือในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน กทม. ยังเผยแพร่ข่าวสารเป็นภาษาอังกฤษกว่า 130 ข่าว เพื่อรองรับกลุ่มประชากรที่หลากหลายในกรุงเทพฯ และทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมในฐานะคนเมือง 2. ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์พฤติกรรม กทม. ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างผ่านแนวคิดพฤติกรรมศาสตร์ (Nudge) ไม่ว่าจะเป็นด้านความโปร่งใส ความปลอดภัยทางถนน หรือสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักการว่า การออกแบบทางเลือกที่ดี จะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่ต้องใช้การบังคับหรือบทลงโทษเพียงอย่างเดียว 3. ปลูกฝังวินัยจราจรในกลุ่มผู้ใช้งานจริง จากปัญหาพฤติกรรมบนท้องถนน กทม. ได้จัดอบรมวินัยจราจรอย่างต่อเนื่องให้กับเจ้าหน้าที่เทศกิจ วินจักรยานยนต์ อปพร. และประชาชนทั่วไป โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเชิงลึกในกฎจราจร และพัฒนาเครือข่ายผู้ใช้ถนนที่สามารถช่วยขยายพฤติกรรมที่ดีไปยังพื้นที่อื่น ๆ 4. วางรากฐานวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน การดูแลเมืองไม่ควรเป็นภาระของหน่วยงานรัฐเท่านั้น กทม. จึงขยายบทสนทนาเรื่องสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นวาระของชีวิตประจำวัน ผ่านกิจกรรมอย่าง Bangkok Climate Action Week 2025 ภายใต้แนวคิด Climate is Culture ที่ชวนทุกคนมองปัญหาสิ่งแวดล้อมในมิติของวัฒนธรรมและความรับผิดชอบร่วม นอกจากนี้ ยังผลักดันโครงการ “ไม่เทรวม” ที่ไม่ได้เน้นแค่การรณรงค์ แต่ตั้งเป้าสร้างระบบที่ทำให้การแยกขยะเป็นพฤติกรรมอัตโนมัติที่ทุกคนได้ประโยชน์ ทั้งในแง่สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ




แม้ กทม. จะพยายามรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนเมือง แต่ยังมีอุปสรรคสำคัญที่ต้องเผชิญ ได้แก่ 1. การสร้างจิตสำนึกและวินัยพลเมืองเป็นกระบวนการระยะยาวที่ซับซ้อน ต้องอาศัยเวลา และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็งควบคู่กับกลไกสนับสนุนที่เหมาะสม มิฉะนั้นการรณรงค์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ 2. การสร้างวินัยพลเมืองเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่หน้าที่ของ กทม. เพียงฝ่ายเดียว การสร้างความร่วมมือกับภาคประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานอื่น ๆ อย่างยั่งยืนจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเพิ่มพลังและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ