096 สร้างเครือข่ายร่วมกับภาคเอกชน โครงการพี่สอนน้องนอกเวลาเรียน

096 สร้างเครือข่ายร่วมกับภาคเอกชน โครงการพี่สอนน้องนอกเวลาเรียน

สิ่งที่คนกรุงเทพได้

เด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. มีโอกาสเรียนรู้นอกห้องเรียนมากขึ้น ผ่านกิจกรรมที่สนุกและตรงกับความสนใจส่วนตัว ทำให้ได้ฝึกทักษะสำคัญสำหรับโลกอนาคต เช่น การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ และ Growth Mindset ซึ่งช่วยให้เด็กกล้าคิด กล้าลอง ทำให้พัฒนาตนเองได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กมองเห็นศักยภาพของตนเองและโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

เริ่มจากปัญหาอะไร

ที่ผ่านมา โรงเรียนสังกัด กทม. มีทรัพยากรจำกัด ทั้งในด้านครู เวลา และงบประมาณ ส่งผลให้การจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้และทักษะนอกห้องเรียนเป็นไปได้อย่างจำกัด เด็กนักเรียนจึงขาดพื้นที่และโอกาสในการพัฒนาทักษะที่หลากหลาย นอกเหนือจากการเรียนวิชาพื้นฐานในชั้นเรียน

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

กทม. ได้เริ่มสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อพัฒนาโอกาสการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยนำร่องจัดกิจกรรม After School Program ใน 15 โรงเรียนแรก ออกแบบกิจกรรมตามความสนใจของเด็กๆ และใช้เครือข่ายอาสาสมัครเข้ามาสอน ต่อมา โรงเรียนต่างๆ สามารถหาพาร์ทเนอร์และจัดกิจกรรมเองได้ จนขยายผลไปยัง 372 โรงเรียน รวมเป็น 387 โรงเรียน ที่เปิดกิจกรรมหลังเลิกเรียน นอกจากนี้ โครงการยังต่อยอดเป็นนโยบาย Open Education เปิดโรงเรียนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ทั้งวันหยุดและหลังเลิกเรียน เชื่อมโยงครู ชุมชน และอาชีพหลากหลายเข้ามาสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน ปัจจุบันการดำเนินงานรวม 4 นโยบายหลัก ได้แก่ 1. After School Program กิจกรรมหลังเลิกเรียนตามความสนใจเด็ก 2. เปิดโรงเรียนวันหยุด เปิดพื้นที่เรียนรู้ในวันหยุด 3. สร้างเครือข่ายภาคเอกชน โครงการพี่สอนน้องนอกเวลาเรียน 4. Open Education เปิดโรงเรียนสู่การเรียนรู้ทั้งหลังเลิกเรียนและวันเสาร์ โครงการ Open Education ปัจจุบันดำเนินการครอบคลุม ทั้ง 437 โรงเรียนสังกัด กทม. โดยมีครู ชุมชน และอาสาสมัครจากหลากหลายอาชีพร่วมจัดกิจกรรม เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างต่อเนื่อง

อุปสรรคที่เจอระหว่างทาง

แม้โครงการ Open Education จะขยายผลครอบคลุมโรงเรียนสังกัด กทม. ทุกแห่ง แต่คุณภาพของกิจกรรมยังขึ้นอยู่กับเครือข่ายและอาสาสมัครในแต่ละพื้นที่ ทำให้ความต่อเนื่องและมาตรฐานยังไม่เท่ากัน กทม. จึงต้องพัฒนาระบบสนับสนุนที่มั่นคง เช่น - การอบรมอาสาสมัครอย่างสม่ำเสมอ - การจับคู่โรงเรียนกับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมหลากหลาย - การจัดสรรงบประมาณเพื่อเสริมกิจกรรมระยะยาว เพื่อให้เด็กทุกคนในทุกโรงเรียนได้รับโอกาสเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างเท่าเทียมและต่อเนื่อง

โครงการที่เกี่ยวข้อง

นโยบายอื่นๆ