101 ส่งเสริมหลักสูตร คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น สำหรับเด็กช่วง 0-8 ปี

OKR ปี 2568

อัพเดทล่าสุด Invalid Date

มีโรงเรียนอนุบาลสำหรับเด็ก 3 ขวบ121โรงเรียน
มีโรงเรียนที่สอนแบบส่งเสริม EF265โรงเรียน
พัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้สอนด้วยแนวทางเน้นพัฒนาการเด็ก35แห่ง
มีศูนย์เด็กเล็กที่ร่วมมือกับโรงเรียน ดูแลโภชนาการเด็กเล็ก 271แห่ง

101 ส่งเสริมหลักสูตร คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น สำหรับเด็กช่วง 0-8 ปี

สิ่งที่คนกรุงเทพได้

นโยบาย “คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น สำหรับเด็กเล็ก 0–8 ปี” คือการลงทุนที่คืนกำไรให้ครอบครัวในกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง เด็กๆ ในช่วงวัยทองของสมองจะได้ เรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือทำ พร้อมทั้งปลูกฝัง ทักษะชีวิตและการคิดวิเคราะห์ ตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองก็อุ่นใจมากขึ้น เพราะศูนย์เด็กเล็กเปิดรับตั้งแต่อายุเพียง 3 เดือน และโรงเรียน กทม. ขยายการรับอนุบาลตั้งแต่ 3 ขวบ ทำให้แม่พ่อสามารถกลับไปทำงานได้เร็วขึ้น เด็กๆ ยังได้รับโภชนาการที่เหมาะสม และอยู่ในการดูแลของครูที่มีคุณภาพ พร้อมด้วยสวัสดิการที่ดีขึ้น

เริ่มจากปัญหาอะไร

ก่อนหน้านี้ ครอบครัวในกรุงเทพฯ ต้องเผชิญข้อจำกัดหลายด้านในการดูแลเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กส่วนใหญ่ไม่รับเด็กต่ำกว่า 2 ปีครึ่ง ขณะที่หลักสูตรการเรียนรู้กลับมุ่งเน้นการอ่านเขียนเร็วเกินวัย และการประเมินใช้การสอบแทนที่จะติดตามพัฒนาการจริงของเด็ก นอกจากนี้ ศูนย์จำนวนมากยังทรุดโทรม ไม่ได้มาตรฐาน ครูมีเงินเดือนต่ำ แบกรับภาระงานสูง และโรงเรียนหลายแห่งยังไม่สามารถเปิดรับเด็กอนุบาลตั้งแต่อายุ 3 ขวบได้ ส่งผลให้เด็กจำนวนไม่น้อยพลาดโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะสำคัญในช่วงวัยทองของชีวิต

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อเริ่มนโยบายนี้ ภาพการดูแลเด็กเล็กในกรุงเทพฯ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างเป็นรูปธรรม โรงเรียนสังกัด กทม. ปรับการรับเด็กอนุบาลให้เร็วขึ้น จากเดิม 4 ขวบ เหลือ 3 ขวบ และศูนย์เด็กเล็กเปิดรับตั้งแต่อายุ 1 ปีครึ่ง เด็กจึงมีโอกาสเข้าสู่ระบบการดูแลตั้งแต่วัยสำคัญที่สุด หลักสูตรใหม่หันมาเน้น การเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-based learning) และใช้แนวทางเสริมทักษะสมอง EF ในศูนย์ต้นแบบ ขณะที่การประเมินพัฒนาการปรับเป็นแบบ DSPM ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กมากกว่าเดิม ศูนย์เด็กเล็กได้รับการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน พร้อมห้องเรียนปลอดฝุ่นในทุกโรงเรียน ครูและอาสาดูแลเด็กได้รับการสนับสนุนที่ดีขึ้นทั้งด้านเงินเดือนและการลดภาระงาน ครอบครัวเองก็มีส่วนร่วมมากขึ้น ผ่าน “ห้องเรียนพ่อแม่” และโรงเรียนต้นแบบ ขณะเดียวกันยังมีโครงการ แจกนิทานเด็กแรกเกิด เพื่อปลูกฝังการอ่านตั้งแต่วันแรกของชีวิต

อุปสรรคที่เจอระหว่างทาง

แม้กรุงเทพฯ จะก้าวหน้าไปมาก แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องเร่งขยายผลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำแนวทาง EF และ High-scope ไปใช้ในทุกศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียน การทำให้ห้องเรียนปลอดฝุ่นครอบคลุมและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรักษาครูที่มีคุณภาพผ่านสวัสดิการและการพัฒนาวิชาชีพที่ยั่งยืน อีกทั้งยังต้องสร้างเครือข่ายห้องเรียนพ่อแม่ให้เข้าถึงทุกชุมชน และเชื่อมโยงกับนโยบายเสริมทักษะอื่นๆ เช่น การสอนว่ายน้ำ เพื่อให้เด็กเล็กในกรุงเทพฯ เติบโตสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง

โครงการที่เกี่ยวข้อง

นโยบายอื่นๆ