
113 เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้เพื่อประโยชน์คนกรุงเทพฯ
OKR ปี 2568
อัพเดทล่าสุด Invalid Date
| ฐานข้อมูลภาษีที่ดินฯ | 98 | % |
| การเข้าใช้ BMA tax | 84 | % |
| แก้ไขพ.ร.บ. เพิ่มรายได้คืบหน้า | 90 | % |
| จำนวนบ้านที่เชื่อมข้อมูล HouseID กับระบบ ภาษี | 405,750 | เลขหมาย |
ประชาชนจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของเมือง ไม่ว่าจะเป็นถนนที่ได้รับการปรับปรุง สวนสาธารณะที่มีคุณภาพ ระบบขนส่งที่สะดวกขึ้น หรือบริการสาธารณสุขและการศึกษาในระดับท้องถิ่นที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะเมืองมีงบประมาณเพียงพอ และใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส นอกจากนี้ การจัดเก็บภาษีที่แม่นยำและเป็นธรรม ยังช่วยลดภาระของคนที่เสียภาษีเกินความจำเป็น และทำให้ระบบภาษีไม่เอาเปรียบใคร ทุกคนมีส่วนร่วมตามความเหมาะสม เมืองจึงสามารถวางแผนพัฒนาได้มั่นคงและตอบโจทย์ประชาชนได้ตรงจุดมากขึ้น
การจัดเก็บภาษีในกรุงเทพฯ ยังเผชิญกับข้อจำกัดและความท้าทายหลายประการที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความเป็นธรรมของระบบภาษี ได้แก่ 1. ข้อจำกัดในการสำรวจข้อมูลเพื่อจัดเก็บภาษี การสำรวจป้ายโฆษณาและประเมินสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้ในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นงานที่ต้องใช้ทรัพยากรบุคคลและเวลาจำนวนมาก ส่งผลให้การสำรวจอาจไม่ครอบคลุมและไม่แม่นยำเท่าที่ควร จึงส่งผลต่อความครบถ้วนและความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี 2. กระบวนการชำระภาษีที่ยังไม่สะดวกสำหรับประชาชน ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ยังต้องเดินทางไปชำระภาษีด้วยตนเองที่สำนักงานเขต ซึ่งทำให้เกิดความไม่สะดวกและอาจเป็นอุปสรรคต่อการชำระภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย 3. โอกาสในการหลีกเลี่ยงภาษี เนื่องจากข้อจำกัดในการตรวจสอบและขาดระบบข้อมูลที่ทันสมัย ทำให้มีช่องว่างที่เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้ประกอบการบางรายอาจหลีกเลี่ยงหรือชำระภาษีไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย
กทม. ได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการชำระภาษีและเข้าถึงข้อมูล โดยมุ่งเน้นความแม่นยำ โปร่งใส และการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนี้ 1. ยกระดับฐานข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี - ปรับปรุงฐานข้อมูลภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้เป็นปัจจุบัน พร้อมนำเทคโนโลยีมาช่วยในการสำรวจและจัดเก็บภาษีอย่างแม่นยำ - ในปีงบประมาณ 2567 กทม. สามารถจัดเก็บภาษีเกินเป้าหมายถึง 94,000 ล้านบาท จากเป้าหมาย 90,000 ล้านบาท โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงภาษีประเภทอื่น ๆ เช่น ป้ายและโรงเรือน ซึ่งจัดเก็บได้มากกว่า 98% สูงกว่าประมาณการเกือบ 9% - มอบรางวัลแก่สำนักงานเขตและเจ้าหน้าที่ที่มีผลงานดีเด่น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงาน 2. อำนวยความสะดวกในการชำระภาษีและบริการออนไลน์ - จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และแนะนำประชาชนเกี่ยวกับการชำระภาษีท้องถิ่นผ่านระบบ BMA Tax - พัฒนาระบบรับเงินกลาง BMA Payment และระบบสารสนเทศภาษีท้องถิ่น BMA Tax เชื่อมโยงกับ Mobile Banking, Internet Banking และบัตรเครดิต/เดบิต เพื่อให้ประชาชนสามารถชำระภาษีได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมดาวน์โหลดใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์แบบเรียลไทม์ - เปิดให้บริการแอปพลิเคชัน BMA Tax ตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 ที่ช่วยให้ประชาชนตรวจสอบรายการทรัพย์สิน ราคาประเมิน ประวัติการชำระภาษี และดาวน์โหลดเอกสารต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องเดินทาง 3. เพิ่มรายได้จากการจัดระเบียบเมือง - ขยายช่องทางรายได้ใหม่ เช่น การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจอดรถ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดระเบียบและสร้างรายได้ให้แก่ กทม. 4. เสริมสร้างความโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูล - เปิดเผยข้อมูลรายรับและสถานะทางการเงินของ กทม. ตั้งแต่ปี 2565-2568 ผ่านเว็บไซต์ webportal.bangkok.go.th/finance เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลได้อย่างโปร่งใส เสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงบประมาณ
แม้ว่า กทม. จะเดินหน้าปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังมีอุปสรรคสำคัญที่ต้องรับมือ ได้แก่ 1. ข้อจำกัดด้านกฎหมาย แม้จะมีความพยายามในการเพิ่มช่องทางรายได้ให้กับ กทม. ผ่านการแก้ไขกฎหมาย แต่การดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ 100% โดยเฉพาะการผลักดันการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ซึ่งเกี่ยวข้องกับอำนาจในการจัดเก็บรายได้เพิ่มเติม จำเป็นต้องได้รับการเร่งรัดเพื่อให้สามารถสร้างความมั่นคงทางการคลังในระยะยาว 2. การเข้าถึงบริการดิจิทัลของประชาชนบางกลุ่ม แม้ กทม. จะพัฒนาช่องทางออนไลน์หลายรูปแบบ แต่ประชาชนบางส่วน เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี อาจยังไม่สามารถเข้าถึงหรือใช้งานได้สะดวก จึงยังต้องเดินทางไปสำนักงานเขต นอกจากนี้ ยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาทางเทคนิค เช่น การดาวน์โหลดใบเสร็จที่ไม่สำเร็จ ซึ่งสะท้อนว่าระบบยังต้องได้รับการปรับปรุงต่อเนื่อง 3. การอัปเดตข้อมูลและสำรวจพื้นที่ใหม่อย่างต่อเนื่อง การรักษาฐานข้อมูลให้ทันสมัยอยู่เสมอเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะการสำรวจสิ่งปลูกสร้างใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ซึ่งต้องอาศัยกำลังคน กระบวนการที่เป็นระบบ และความต่อเนื่อง เพื่อให้การจัดเก็บภาษีสะท้อนความเป็นจริงและเกิดความเป็นธรรม