116 12 เทศกาลตลอดปีทั่วกรุงเทพฯ

OKR ปี 2568

อัพเดทล่าสุด Invalid Date

ประชาชนที่เข้าร่วมงานเทศกาลที่เพิ่มขึ้น76%
มูลค่าเศรษฐกิจจากเทศกาลที่เพิ่มขึ้น11%

116 12 เทศกาลตลอดปีทั่วกรุงเทพฯ

สิ่งที่คนกรุงเทพได้

กิจกรรมสร้างสรรค์เกิดขึ้นตลอดปี ทำให้เมืองมีชีวิตชีวา ทั้งคนเมืองและนักท่องเที่ยวมีพื้นที่สำหรับสนุก เรียนรู้ และสร้างสรรค์ในทุกเดือน ขณะเดียวกันผู้ประกอบการ ร้านค้า และครีเอทีฟก็มีโอกาสสร้างรายได้ใหม่จากงานเทศกาล ส่งผลให้เศรษฐกิจเมืองหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง

เริ่มจากปัญหาอะไร

หลังปี 2564 กรุงเทพฯ สูญเสียตำแหน่งงานกว่าแสนตำแหน่ง เมืองจึงจำเป็นต้องมีกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจที่เห็นผลเร็ว ใช้งบประมาณไม่สูง และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสามารถสร้างรายได้ในรูปแบบใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเมืองส่วนใหญ่ยังเป็นลักษณะชั่วคราวหรือจัดเป็นครั้งคราว ขาดความต่อเนื่อง ส่งผลให้ศักยภาพด้านความสร้างสรรค์ เศรษฐกิจเมือง และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมยังไม่ถูกนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

กรุงเทพมหานครขับเคลื่อนนโยบาย “12 เทศกาลตลอดปี” เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งกิจกรรมสร้างสรรค์ การเรียนรู้ และเศรษฐกิจวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาตลอดทั้งปี โดยมองว่า “เทศกาล” ไม่ใช่เพียงกิจกรรมระยะสั้น แต่เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างโอกาส และพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของเมืองในระยะยาว กทม. ทำงานร่วมกับภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการ เพื่อผลักดันเทศกาลทั้งระดับท้องถิ่น ระดับเมือง และระดับประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ได้แก่ - กุมภาพันธ์ : เทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week) - มีนาคม : เทศกาลการอ่านและการเรียนรู้กรุงเทพฯ (BKK Read and Learn Festival) - เมษายน : เทศกาลสงกรานต์กรุงเทพฯ - พฤษภาคม : เทศกาลกีฬากรุงเทพฯ - มิถุนายน : Bangkok Pride - กรกฎาคม : BKK Ranger เทศกาลเด็กและเยาวชน - สิงหาคม : บางกอกวิทยา เทศกาลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - กันยายน : Bangkok Car Free - ตุลาคม : Bangkok Climate Action Week - พฤศจิกายน – มกราคม : Colorful Bangkok เทศกาลศิลปะ ดนตรี การแสดง แสงสี ภาพยนตร์ และการเฉลิมฉลอง การจัดเทศกาลเหล่านี้ทำให้เกิดการรวมตัวของเครือข่ายผู้ประกอบการและคนทำงานสร้างสรรค์ในหลากหลายสาขา เช่น นักออกแบบแสงไฟ นักวาดภาพประกอบ กลุ่มคนทำงานด้านสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ เด็กและเยาวชน ซึ่งหลายเทศกาลสามารถต่อยอดเป็นความร่วมมือและโครงการระยะยาวที่ขยายผลต่อกับเมืองได้จริง รวมทั้งยังกลายเป็นต้นแบบที่เกิดการขยายผลในระดับประเทศ เช่น - กรุงเทพกลางแปลง (ภายใต้เทศกาล Colorful Bangkok) ช่วยจุดกระแสให้วัฒนธรรมหนังกลางแปลงกลับมาได้รับความนิยมทั่วประเทศอีกครั้ง - Bangkok Pride ที่ต่อยอดสู่การจัดงาน Pride ในหลายจังหวัด และกำลังพัฒนาไปสู่การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพงาน World Pride ในอนาคต ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เมืองได้อีกมหาศาล - เทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week) ที่แสดงให้เห็นความเป็นไปได้ว่างานออกแบบสามารถช่วยพัฒนาเมืองและแก้ไขปัญหาเมืองได้จริง โดยผลงานออกแบบหลายชิ้นถูกนำมาติดตั้งและใช้งานจริงในพื้นที่สาธารณะ เช่น ป้ายบอกทาง ป้ายรถเมล์ และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ของเมือง (urban furniture)

อุปสรรคที่เจอระหว่างทาง

- แม้จะมีเครือข่ายภาคเอกชนและภาคประชาสังคมร่วมส่งเสริมและจัดเทศกาลจำนวนมาก แต่ยังติดข้อจำกัดด้านขั้นตอนและความล่าช้าในการร่วมเป็นเจ้าภาพกับ กทม. ในอนาคตจึงควรลดขั้นตอนและข้อจำกัดต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสผู้จัดงานอิสระสามารถร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมได้คล่องตัวมากขึ้น - ยังขาดระบบติดตามและประเมินผลด้านเศรษฐกิจ (Economic Impact) อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติรายได้ การจ้างงาน การท่องเที่ยว และผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อพื้นที่ - ยังขาดกลไกด้านการประชาสัมพันธ์ระดับเมือง ที่ช่วยผลักดันให้แต่ละเทศกาลเป็นที่รับรู้ในวงกว้าง และได้รับการรับรองในฐานะ “เทศกาลของเมือง” อย่างชัดเจนมากขึ้น - กิจกรรมจำนวนมากยังคงกระจุกตัวอยู่ในย่านหลักของเมือง จึงควรหาแนวทางกระจายการจัดกิจกรรมไปยังพื้นที่ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และช่วยสร้างเศรษฐกิจระดับย่าน

โครงการที่เกี่ยวข้อง

นโยบายอื่นๆ