
122 ฝึกอาชีพพัฒนาทักษะยุคใหม่ตอบโจทย์ตลาดงาน
OKR ปี 2568
อัพเดทล่าสุด Invalid Date
| นักเรียนที่จบการอบรมวิชาชีพเพิ่มเขึ้น | 11 | % |
| นักเรียนที่ได้งานทำ | 84 | % |
คนกรุงเทพฯ ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคใหม่ ตั้งแต่สายช่าง งานบริการ จนถึงทักษะดิจิทัลและรถยนต์ไฟฟ้า สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ทันที มีใบประกาศรับรองโดยผู้ว่าฯ กทม. เพื่อสมัครงานหรือร่วมกับผู้ประกอบการจ้างงานหลังเรียนจบ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสร้างธุรกิจของตัวเองหรือเป็นผู้ประกอบการได้ ช่วยยกระดับทักษะและความสามารถในการหารายได้อย่างยั่งยืน
ที่ผ่านมา แรงงานจำนวนมากประสบปัญหาทักษะไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ทำให้การหางานเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ประสบปัญหาการหาบุคลากรที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการ หลักสูตรฝึกอาชีพที่มีอยู่ส่วนใหญ่ยังคงเน้นวิชาชีพแบบดั้งเดิม ทำให้ไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและความต้องการทักษะแรงงานในยุคดิจิทัลได้อย่างทันท่วงที
การฝึกอาชีพของ กทม. ไม่ได้มีเป้่าหมายแค่การสอนงานเพื่อประกอบอาชีพเท่านั้น แต่ถูกยกระดับให้เป็นส่วนหนึ่งของ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning) ภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านเรียนดีของแผนปฏิบัติราชการ กทม. ปี 2568 โดยใช้แนวคิด UNESCO Learning City เป็นกรอบหลัก - พัฒนาหลักสูตร ศูนย์ฝึกอาชีพ 17 แห่ง และโรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง เปิดสอนกว่า 200 หลักสูตรทันสมัย ที่นำไปประกอบอาชีพได้จริง มีค่าเรียน 105 บาท และ 305 บาท ครอบคลุมวิชาต่าง ๆ เช่น งานช่าง งานช่างรถยนต์ไฟฟ้า ทำอาหาร ทำขนม จัดดอกไม้ ตัดขนสัตว์ บาริสต้า งานประดิษฐ์ การใช้คอมพิวเตอร์ การขายของออนไลน์ ภาษาจีน อังกฤษ ญี่ปุ่น ตัดผม ทำเล็บเจล ดูดวง งานไม้ งานเครื่องหนัง เป็นต้น - ขยายสู่โรงเรียนสังกัด กทม. ผ่านวิชาเลือกเสรีและชมรมอาชีพ เช่น เบเกอรี่ ซ่อมคอมพิวเตอร์ เสริมสวย ให้นักเรียนชั้นมัธยมสามารถมาเรียนที่โรงเรียนฝึกอาชีพ - เชื่อมโยงกับตลาดแรงงานจริง ร่วมมือกับผู้ประกอบการออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการตลาดแรงงานจริง และสร้างโอกาสจ้างงานหลังเรียนจบ เช่น หลักสูตรพนักงานขับ Muvmi และพนักงานแม่บ้านโรงแรม นอกจากนี้ กทม. ยังปรับปรุงกายภาพและอุปกรณ์ของโรงเรียนฝึกอาชีพให้ทันสมัย พร้อมพัฒนาระบบการสมัครเรียนออนไลน์ให้ใช้งานง่าย ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดหลักสูตรและสมัครเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้







การฝึกอาชีพโดย กทม. ยังคงมีความท้าทายสำคัญในการพัฒนาให้มีคุณภาพและตอบโจทย์ตลาดแรงงานในระยะยาว ได้แก่ - ความสอดคล้องกับตลาดงาน หลักสูตรอาชีพต้องปรับให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อให้แรงงานมีทักษะที่ตรงกับความต้องการจริงของตลาด - การขยายความร่วมมือกับภาคเอกชน จำเป็นต้องสร้างพันธมิตรกับผู้ประกอบการให้กว้างขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เข้าทำงานจริงหรือสร้างธุรกิจของตัวเอง - การยกระดับมาตรฐานและความทันสมัย การปรับปรุงหลักสูตร กายภาพของโรงเรียน และอุปกรณ์การสอนต้องสอดคล้องกับเทคโนโลยีและมาตรฐานสากล ซึ่งต้องใช้งบประมาณและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ