
153 ศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินการกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ
หากกรุงเทพมหานครมีกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยของตนเอง เมืองจะมี “กลไกสร้างความมั่นคงของระบบที่อยู่อาศัยเมือง” ซึ่งสามารถจัดการปัญหาที่อยู่อาศัยได้อย่างต่อเนื่องและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณรายปีเพียงอย่างเดียว สำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย กองทุนจะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ผ่านการสนับสนุนโครงการพัฒนาที่ดิน การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และการเสริมความเข้มแข็งของชุมชน เช่น โครงการบ้านมั่นคง และโครงการพัฒนาชุมชนรูปแบบอื่นๆ นอกจากนี้ กองทุนดังกล่าวจะช่วยให้เมืองสามารถวางแผนจัดการพื้นที่ชุมชนแออัดได้อย่างเป็นระบบ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงด้านสุขภาวะ และความไม่มั่นคงทางสังคม ทำให้การพัฒนาเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น และลดต้นทุนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะยาว
ในขณะที่ปัญหาที่อยู่อาศัยมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากราคาที่ดินที่สูงขึ้น การขยายตัวของเมือง และจำนวนครัวเรือนรายได้น้อยที่เพิ่มขึ้น การพึ่งพางบประมาณรายปีจึงไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาเชิงระบบอีกต่อไป แม้ว่ากรุงเทพมหานครจะมีข้อบัญญัติจัดตั้ง “กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร” เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 แต่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา กองทุนดังกล่าวไม่ได้ถูกนำมาใช้ในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อไม่สามารถขับเคลื่อนกองทุนได้ ทำให้กรุงเทพมหานครขาดเครื่องมือทางการเงินเฉพาะด้านที่อยู่อาศัย ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการและพัฒนาที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในชุมชนรายได้น้อย การจัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ และการหมุนเวียนเงินเพื่อสนับสนุนโครงการในระยะยาว
กรุงเทพมหานครได้เริ่มต้นศึกษาความเป็นไปได้ในการฟื้นบทบาทของกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยให้สามารถใช้งานได้จริง และตอบโจทย์การพัฒนาที่อยู่อาศัยในยุคใหม่ โดยมีแนวทางดำเนินการสำคัญ ได้แก่ 1) ดำเนินโครงการศึกษาและจัดทำฐานข้อมูลความต้องการที่พักอาศัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อยและบุคลากรกรุงเทพมหานคร รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการที่เหมาะสมของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยความร่วมมือกับสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC) ซึ่งมีข้อเสนอแนะ เรื่องการจัดตั้งกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร 2) วิเคราะห์ข้อบัญญัติและกรอบกฎหมายเดิมปี 2541 เพื่อระบุช่องว่างทางกฎหมาย อุปสรรคเชิงโครงสร้าง และแนวทางปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน 3) ศึกษารูปแบบการบริหารกองทุน เช่น ระบบเงินหมุนเวียน กลไกบริหารงบประมาณ โครงสร้างคณะกรรมการบริหารกองทุน และแนวทางสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชน ปัจจุบันสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการยกร่างข้อบัญญัติกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย เพื่อพิจารณาปรับปรุงข้อบัญญัติและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้กองทุนสามารถดำเนินการได้จริงในอนาคต
1. กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยตามข้อบัญญัติปี พ.ศ. 2541 ได้ถูกยกเลิก และมีการปรับโครงสร้างทางกฎหมายเป็นกรอบข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย ในปี พ.ศ. 2545 และต่อมาก็มีข้อบัญญัติสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยฉบับใหม่ในปี พ.ศ. 2566 ซึ่งการเปลี่ยนผ่านทางกฎหมายเหล่านี้ ทำให้การฟื้นฟูบทบาทกองทุนต้องมีการทบทวนกลไกการบริหาร และฐานอำนาจอีกครั้งอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนหรือข้อจำกัดในอนาคต 2. โครงสร้างกองทุนต่างๆ ของกรุงเทพมหานครมีข้อจำกัดและเงื่อนไขในการใช้จ่าย หากมีกลไกกองทุน แต่ไม่สามารถออกแบบการบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น และคล่องตัวได้ ก็จะไม่สามารถนำเงินออกมาใช้แก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 3. ข้อจำกัดด้านบุคลากรและศักยภาพการบริหารจัดการของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยที่อาจยังไม่เพียงพอต่อการรองรับภารกิจของกองทุน จึงควรต้องมีการเสริมสร้างศักยภาพ หรือจัดสรรบุคลากรอย่างเหมาะสม เพื่อมาบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง