154 หมอถึงบ้าน ผ่าน Telemedicine

OKR ปี 2568

อัพเดทล่าสุด Invalid Date

รพ. ที่สามารถให้บริการ Telemedicine54%
การรักษาผ่านระบบ telemedicine เทียบกับช่องทางอื่น ๆ100%
คลินิก รพ. กทม. ให้บริการ telemedicine11%
บริการ telemedicine ที่ศูนย์เทคโนสุขภาพดี8แห่ง

154 หมอถึงบ้าน ผ่าน Telemedicine

สิ่งที่คนกรุงเทพได้

คนกรุงเทพฯ ได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาลทุกครั้ง ลดภาระเวลา ค่าใช้จ่าย และความแออัดของสถานพยาบาล - เข้าถึงแพทย์ทางไกลและรับยาถึงบ้าน ประชาชนสามารถปรึกษาแพทย์ผ่านระบบ Telemedicine และรับยาที่บ้านได้ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับจำนวนผู้รับบริการทั้งหมด ช่วยให้การดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย - บริการผ่านแอปพลิเคชันหมอ กทม. ประชาชนได้รับการรักษาพยาบาลด้วยระบบโทรเวชกรรมผ่านแอปหมอ กทม. ซึ่งช่วยให้การเข้าถึงบริการสาธารณสุขเป็นเรื่องง่าย ใช้งานได้จริง และสอดคล้องกับวิถีชีวิตเมือง - ระบบสุขภาพเชื่อมโยงแบบครบวงจร โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ ศูนย์บริการสาธารณสุข และเครือข่ายร้านขายยาในพื้นที่ 8 Health Zone มีการเชื่อมโยงระบบ Tele-Health ทำให้การส่งต่อข้อมูล การรักษา และการติดตามอาการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ - ยกระดับศักยภาพโรงพยาบาลในสังกัด กทม. คลินิกในโรงพยาบาลมีการติดตั้งและใช้งานระบบ Telemedicine ช่วยขยายขีดความสามารถในการให้บริการ รองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น โดยไม่เพิ่มภาระด้านกายภาพของโรงพยาบาล

เริ่มจากปัญหาอะไร

กทม. เผชิญกับปัญหาความแออัดของระบบสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอัตราการครองเตียงของผู้ป่วยในที่เพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าศักยภาพและทรัพยากรของเมือง การขยายโรงพยาบาลหรือเพิ่มจำนวนแพทย์และพยาบาลไม่สามารถดำเนินการได้ทันต่อความต้องการด้านการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญกับระยะเวลารอคอยที่ยาวนาน และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ไม่ทั่วถึง ขณะเดียวกัน โครงสร้างประชากรของกรุงเทพฯ ที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย รวมถึงจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องการการดูแลต่อเนื่อง ทำให้รูปแบบการให้บริการที่พึ่งพาโรงพยาบาลเป็นศูนย์กลางเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบระบบบริการสุขภาพรูปแบบใหม่ที่ขยาย “เตียงการดูแล” ออกไปสู่บ้านและชุมชน ผ่านการใช้เทคโนโลยี Telemedicine การดูแลสุขภาพที่บ้าน (Home Care) และการพัฒนาศักยภาพ Care Giver จะเป็นแนวทางสำคัญในการลดความแออัดของโรงพยาบาล เพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเมืองอย่างยั่งยืน

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

โครงการ “หมอถึงบ้านผ่าน Telemedicine” ของ กทม. ได้ดำเนินการหลายด้านเพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของคนกรุงเทพฯ ดังนี้ 1. การยอมรับและการใช้งาน Telemedicine สูงเกินคาด ประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจและเข้าถึงการปรึกษาแพทย์ผ่านระบบ Telemedicine รวมถึงการรับยาที่บ้าน โดยสัดส่วนผู้ใช้บริการทำได้ 22.04% จากเป้าหมาย 15% คิดเป็นร้อยละความสำเร็จ 146.93% แสดงให้เห็นถึงการยอมรับและความสะดวกสบายของบริการทางไกลที่ประชาชนตอบสนองอย่างสูง 2. การบูรณาการแอปพลิเคชัน หมอ กทม. ในโรงพยาบาล การใช้ระบบโทรเวชกรรมผ่าน App หมอ กทม. ในโรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ ทำได้ 10.66% จากเป้าหมาย 6% หรือคิดเป็นร้อยละความสำเร็จ 177.67% ซึ่งสะท้อนถึงการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัลของ กทม. อย่างเต็มที่ 3. ความสำเร็จในการเชื่อมโยงระบบ Tele-Health การเชื่อมโยงระบบ Tele-Health ระหว่างโรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และร้านขายยาใน 7 Health Zone บรรลุเป้าหมาย 100% ทำให้เกิดเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยทางไกลที่ครอบคลุมและต่อเนื่อง 4. การเพิ่มศักยภาพของโรงพยาบาล ร้อยละของคลินิกในโรงพยาบาลที่สามารถให้บริการ Telemedicine เกินเป้าหมาย (132.98%) ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยทางไกล ทำให้โรงพยาบาลสามารถรองรับผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาแบบต่อเนื่องได้มากขึ้น 5. ความท้าทายในการตั้งศูนย์บริการ Tele-Health แม้ว่าการใช้งานระบบดิจิทัลจะสูง แต่การจัดตั้งศูนย์เทคโนสุขภาพดีที่ให้บริการ Telemedicine (KR 5307) ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ทำได้ 8 แห่ง จากเป้าหมาย 11 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละความสำเร็จ 72.73% ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามและปรับปรุงต่อไป โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในการเพิ่มอัตราการเข้าถึงและการใช้บริการแพทย์ทางไกลและการรับยาที่บ้าน ส่งผลให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ได้รับประโยชน์จากบริการที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

โครงการที่เกี่ยวข้อง

นโยบายอื่นๆ