
166 ลดจุดเสี่ยง จุดเฝ้าระวังน้ำท่วมทันที
OKR ปี 2568
อัพเดทล่าสุด Invalid Date
| แก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วม | 80 | จุด |
การเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ทั้งการเพิ่มรางระบายน้ำ ปรับปรุงคลอง และสถานีสูบน้ำ พร้อมกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาตรวจวัดระดับน้ำและเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ช่วยให้กรุงเทพมหานครสามารถตอบสนองต่อฝนตกหนัก น้ำทะเลหนุน และมวลน้ำไหลเข้าจากพื้นที่รอบเมืองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับคือความมั่นใจในการใช้ชีวิตและการสัญจร ลดผลกระทบจากน้ำท่วมต่อบ้านเรือน ถนนหนทาง และกิจกรรมประจำวัน ทำให้เมืองมีความพร้อมรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและเกิดน้ำท่วมน้อยลง
น้ำท่วมขังหรือน้ำรอการระบายถือเป็นภัยทางธรรมชาติสำคัญที่กรุงเทพฯ ต้องเผชิญ โดยเมืองเสี่ยงต่ออุทกภัยหลายรูปแบบ เช่น น้ำทะเลหนุนสูง มวลน้ำไหลเข้าจากพื้นที่รอบ และพายุฝนที่เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนและปริมาณฝนตกหนักต่อเนื่อง ร่วมกับการขยายตัวของเมือง ทำให้พื้นที่ซับน้ำลดลง ส่งผลให้น้ำระบายไม่ทัน เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่
กทม. ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือและป้องกันน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบระดับน้ำไปจนถึง การบำรุงรักษาโครงสร้างเดิม - เพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบและติดตามระดับน้ำ - ติดตั้งระบบตรวจวัดจุดน้ำท่วมถนนในพื้นที่เสี่ยง เพิ่มระบบตรวจวัดระดับน้ำในคลองสำคัญ - เพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานรับน้ำ - ขยายและปรับปรุงรางระบายน้ำ - ปรับปรุงระบบระบายน้ำและแก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วม - ก่อสร้างและปรับปรุงสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำ บำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานเดิม - ขุดลอกคูคลองและทำความสะอาดเพื่อรักษาประสิทธิภาพการระบายน้ำ


เนื้องจากสภาพอากาศที่มีความแปรปรวนมากขึ้นส่งผลให้เกินฝนตกหนักใน กทม. มากยิ่งขึ้น แม้ว่า กทม. จะทำการพัฒนาอย่างเต็มที่แต่หากปริมาณฝนตกมากเกินกว่าขีดความสามารถที่ระบบระบายน้ำออกแบบไว้ อาจเกิดน้ำท่วม และ ต้องระเวลาในการระบายเมื่อฝนตกหนักโดย กทม. มีเป้าหมายการระบายน้ำอยู่ที่ - ความเข้มฝนไม่เกิน 80 มม./ชม. สามารถระบายได้ภายใน 60 นาที - ความเข้มฝน 81-100 มม./ชม. สามารถระบายน้ำได้ภายใน 120 นาที - ความเข้มฝนมากกว่า 100 มม./ชม. สามารถระบายน้ำได้ภายใน 180 นาที