
173 ถอดบทเรียนโควิด-19 ไม่ผิดพลาดซ้ำสอง
หากเกิดโรคระบาดในอนาคต คนกรุงเทพฯ จะได้รับประโยชน์จากระบบบริหารจัดการที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ เมืองสามารถตรวจสอบแหล่งกำเนิดโรคได้อย่างรวดเร็ว กำหนดขอบเขตการระบาดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายในวงกว้าง พร้อมทั้งให้การรักษาและการป้องกันอย่างทันเวลา ช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และสร้างความมั่นใจว่ากรุงเทพฯ พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ด้านสาธารณสุขอย่างเป็นระบบ
โรคระบาดและโรคอุบัติใหม่เป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่เมืองใหญ่ต้องเตรียมรับมือไม่ต่างจากสาธารณภัยหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ การขาดแผนเผชิญเหตุหรือระบบตอบสนองที่มีประสิทธิภาพอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งอาจเข้าถึงการรักษาหรือทรัพยากรสาธารณสุขได้ยาก การวางแผนและสร้างระบบเฝ้าระวัง การสอบสวนโรค การจัดเตรียมวัคซีน และการบริหารทรัพยากรแบบเรียลไทม์จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อ ลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อชีวิต สุขภาพ และความเป็นอยู่ของประชาชนในเมือง
บทเรียนสำคัญจากโควิด-19 คือ การสร้างเครือข่ายข้อมูล การประสานงานแบบเรียลไทม์ และการเข้าถึงวัคซีนเชิงรุกเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดความสูญเสียจากโรคระบาด และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโรคระบาดหรือภัยสาธารณสุขอื่น ๆ ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสร้างระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งและตอบสนองได้รวดเร็ว กทม. ได้ดำเนินมาตรการสำคัญ ดังนี้ 1. การสร้างเครือข่ายสอบสวนโรคและการยืนยันการระบาดอย่างเป็นระบบ กทม. ร่วมมือกับ สำนักป้องกันควบคุมโรค (สปคม.) กระทรวงสาธารณสุข ในการติดตาม ตรวจสอบ และยืนยันการระบาดของโรคอย่างมีมาตรฐาน ทำให้สามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนตอบสนองได้ทันท่วงที 2. การแชร์ข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุขแบบเรียลไทม์ ข้อมูลเตียงผู้ป่วยและยาในทุกโรงพยาบาลสังกัด กทม. ถูกแชร์แบบ Real Time รวมถึงการประสานพื้นที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อให้บริการฉีดวัคซีนฟรี พร้อมระบบ ศูนย์บริหารสถานการณ์สาธารณภัย (ศบส.) ที่สอบถามอาการอย่างละเอียดและบริหารเตียงพักคอย (Observed Beds / ศบส Plus) เพื่อให้การรับผู้ป่วยและการจัดสรรทรัพยากรมีประสิทธิภาพสูงสุด 3. การฉีดวัคซีนเชิงรุกตามกลุ่มเป้าหมาย กทม. ดำเนินการฉีดวัคซีนพื้นฐานให้กับเด็กเล็ก วัคซีน HPV สำหรับวัยเจริญพันธุ์ และวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับกลุ่มเสี่ยงเพิ่มเติม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของโรคในชุมชน

