
193 แจ้งเตือนฝนตกล่วงหน้าแม่นยำ
OKR ปี 2568
อัพเดทล่าสุด Invalid Date
| พัฒนา การคาดการณ์และพยากรณ์ฝนล่วงหน้า | 100 | % |
| พัฒนา การคาดการณ์และพยากรณ์ฝนล่วงหน้า | 80 | % |
| เพิ่มระบบตรวจวัดจุดน้ำท่วมถนนในพื้นที่จุดเสี่ยง | 140 | จุด |
| เพิ่มระบบตรวจวัดระดับน้ำในคลอง | 30 | จุด |
| เพิ่มระบบตรวจวัดอัตราการไหลของน้ำ | 25 | จุด |
การนำระบบพยากรณ์และเตือนภัยเข้ามาใช้ ทำให้ประชาชนกรุงเทพฯ สามารถรับรู้ล่วงหน้าและเตรียมตัวได้อย่างทันท่วงที เพิ่มความมั่นใจว่าฝนตกหนักหรือน้ำท่วมฉับพลันจะไม่สร้างความเดือดร้อนโดยไม่ทันตั้งตัว ช่วยให้ชีวิตประจำวันเดินหน้าต่อไปได้อย่างปลอดภัยและราบรื่นมากขึ้น
น้ำท่วมขังและน้ำรอการระบายเป็นปัญหาภัยทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพภูมิอากาศมีความแปรปรวน ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยสูงขึ้น และปรากฏการณ์ฝนตกเปลี่ยนแปลงรูปแบบ เช่น ฝนตกหนักและต่อเนื่องในพื้นที่จำกัด (Rain Bomb) โครงสร้างพื้นฐานการระบายน้ำ เช่น ขนาดท่อระบายน้ำหลายแห่งที่สร้างขึ้นหลายสิบปีก่อน ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นได้ทันเวลา การป้องกันและบรรเทาผลกระทบเบื้องต้นจึงต้องเน้นการป้องกันและคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมล่วงหน้า
กทม. นำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์อากาศ และบริหารจัดการน้ำฝนได้อย่างทันท่วงที โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์และระบบสำคัญดังนี้ 1. เรดาร์ตรวจอากาศ EAGLE RADAR ชนิด X-band รัศมี 60 กิโลเมตร ณ อาคารสำนักการระบายน้ำ บึงหนองบอน 2. กล้อง CCTV เพื่อติดตามสภาพอากาศ เช่น ลักษณะเมฆและสภาพอากาศปัจจุบัน ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร 3. สถานีตรวจวัดอากาศ 6 จุด ตรวจวัดความกดอากาศ ความชื้น ปริมาณน้ำฝน รังสีแสงอาทิตย์ อุณหภูมิ และทิศทาง/ความเร็วลม เพื่อรวบรวมข้อมูลอย่างครอบคลุม ข้อมูลจากเรดาร์ทั้ง 2 แห่ง (หนองแขมและหนองจอก) และสถานีตรวจวัดอากาศใหม่ จะถูกส่งเข้าระบบ Cloud และประมวลผลด้วย AI-Nowcasting เพื่อคาดการณ์ฝนล่วงหน้าได้ 3 ชั่วโมง โดยอัปเดตทุก 5 นาที พร้อมเชื่อมต่อผ่าน API ให้ กทม. สามารถแจ้งเตือนประชาชน และสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที การดำเนินงานนี้เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือกับ Weather News Inc. เพื่อช่วยให้ กทม. รับมือฝนและน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบและความเดือดร้อนต่อชีวิตประจำวันของประชาชน
แม้การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพยากรณ์ฝนจะเพิ่มความแม่นยำได้ประมาณ 85% แต่ยังมีข้อจำกัดที่สำคัญคือระยะเวลาการคาดการณ์ล่วงหน้ามีเพียงราว 3 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นเวลาที่ค่อนข้างสั้นสำหรับการจัดเตรียมทรัพยากรและเครื่องมือเสริม เช่น ปั๊มน้ำเคลื่อนที่ หรือหน่วยงานที่ต้องเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ทำให้บางครั้งการเตรียมพร้อมอาจไม่ทันต่อสถานการณ์จริง