
199 วิชาชีพเลือกเสรีสำหรับนักเรียน
OKR ปี 2568
อัพเดทล่าสุด Invalid Date
| เปิดสอนวิชาทักษะอาชีพตามที่เด็กสนใจ | 437 | โรงเรียน |
| มีหน่วยงานภาคีเครือข่ายมาร่วมสอนวิชาทักษะอาชัพ | 46 | แห่ง |
| มีนักเรียนที่จบม.3 แล้วแลือกเรียนต่อ | 95 | % |
| มีหนังสือในระบบ e-Library เพิ่มขึ้น | 699 | ปก |
นักเรียนสังกัด กทม. ได้โอกาสเลือกเรียนวิชาชีพตามความสนใจและความถนัด ทั้งด้านทำอาหาร งานประดิษฐ์ ดนตรี กีฬา หรือทักษะดิจิทัล เช่น ครีเอเตอร์ โรงเรียน 437 แห่งเปิดวิชาเลือกและชมรมให้นักเรียนทดลองลงมือทำจริง บางแห่งยังเชิญผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย หรือบริษัทเอกชนมาร่วมสอน ทำให้นักเรียนได้สัมผัสประสบการณ์หลากหลาย สร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดเป็นอาชีพหรือทักษะที่ใช้ได้จริงในอนาคต ทั้งยังช่วยให้นักเรียนเข้าใจตนเอง รู้ว่าถนัดด้านไหน และเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือการประกอบอาชีพอย่างมั่นใจ
เดิมที โรงเรียนสังกัด กทม. มุ่งเน้นการเรียนวิชาพื้นฐานเป็นหลัก ทำให้นักเรียนจำนวนมากเรียนโดยไม่เห็นภาพอนาคต ไม่รู้ว่าตัวเองถนัดด้านใด และขาดทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริงหลังจบการศึกษา ส่งผลให้หลายคนเผชิญความยากลำบากในการหางานหรือประกอบอาชีพ
กทม. ได้ดำเนินโครงการ “เปิดโลกกว้างสู่อาชีพ” โดยสนับสนุนให้ทุกโรงเรียนตั้งแต่ประถม–มัธยม มีวิชาชีพเป็นวิชาเลือกเสรี สอนในชั่วโมงกิจกรรม ชมรม หรือรายวิชาเพิ่มเติม โดยโรงเรียนสำรวจความสนใจของนักเรียนในการเลือกวิชา/อาชีพ และเป็นผู้จัดหาวิทยากร ทั้งนี้ สำนักการศึกษายังร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย มูลนิธิ และภาคเอกชน รวม 46 แห่ง เพื่อพัฒนาหลักสูตรและเป็นวิทยากรสอนทักษะอาชีพ ปัจจุบันมีการสอนวิชาอาชีพเป็นวิชาเลือกเสรีในทุกโรงเรียนสังกัด กทม. จำนวน 437 โรงเรียน ตัวอย่างวิชาที่เปิดสอน - โรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์: มวยไทย การตลาดดิจิทัล ออกแบบเว็บไซต์ - โรงเรียนสามัคคีบำรุง: ชมรม Content Creator ชมรม Science Kids - โรงเรียนบางบอนพัฒนา: คาเฟ่นักเรียน งานฝีมือจากวัสดุเหลือใช้ การร่วมมือกับเครือข่ายวิทยากรและหน่วยงานต่าง ๆ เช่น Apple กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ วิทยาลัยสารพัดช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กรมการจัดหางาน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานเทคโนโลยี ช่วยให้หลักสูตรทันสมัยและสอดคล้องกับทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ
แม้โครงการจะมีความก้าวหน้า แต่ยังมีอุปสรรคและโจทย์ที่ต้องพัฒนาต่อไป เช่น - การสำรวจความสนใจและความต้องการของนักเรียนมีครบแล้ว แต่ยังไม่สามารถจัดหาวิทยากรหรือผู้สอนในทุกวิชาได้ครบทุกโรงเรียน - ความแตกต่างของคุณภาพการสอนทักษะอาชีพระหว่างโรงเรียนยังมีอยู่ ทำให้ยังไม่สามารถสร้างมาตรฐานใกล้เคียงกันได้ทุกแห่ง อย่างไรก็ดี กทม. ยังคงเปิดรับความร่วมมือจากทุกองค์กร ทั้งภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายวิทยากร เพื่อให้เด็กทุกคนได้ค้นพบความถนัดของตัวเองตั้งแต่ในโรงเรียน และมีทักษะพร้อมต่อยอดสู่อนาคต