217 ดูแลนักเรียนที่หลุดจากระบบการศึกษา และป้องกันกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบ

OKR ปี 2568

อัพเดทล่าสุด Invalid Date

ให้ทุนนักเรียนยากจน (ทุนนักเรียนเสมอภาค)1,388คน

217 ดูแลนักเรียนที่หลุดจากระบบการศึกษา และป้องกันกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบ

สิ่งที่คนกรุงเทพได้

นโยบายนี้ช่วยให้เยาวชนกรุงเทพฯ ที่เคยหลุดจากระบบการศึกษาได้กลับมาเรียนรู้และสร้างอนาคตอีกครั้ง ไม่ว่าจะเลือกเรียนในระบบโรงเรียนปกติ พร้อมสวัสดิการ “เรียนฟรี ชุดฟรี ไม่มีเก็บเพิ่ม” หรือเรียนสายอาชีพผ่านศูนย์ฝึกอาชีพของ กทม. ซึ่งสามารถเทียบวุฒิการศึกษาได้ เด็กและครอบครัวจึงมีทางเลือกที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพอย่างมั่นคง ผลลัพธ์เช่นนี้จะช่วยให้กรุงเทพฯ มีทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะและศักยภาพ พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองต่อไปอย่างยั่งยืน

เริ่มจากปัญหาอะไร

หลังโควิด-19 กรุงเทพฯ พบว่านักเรียนหลุดจากระบบการศึกษา 2,582 คน สาเหตุหลักมาจากความยากจน ขาดฐานข้อมูลกลาง และไม่มีระบบติดตามที่ชัดเจน ทำให้ยากต่อการค้นหาและช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีเด็กกว่า 23,000 คน ที่ยังไม่มีข้อมูลติดตามอย่างครบถ้วน บางคนติดขัดเรื่องสถานะทางทะเบียน และหลายคนเผชิญปัญหาซับซ้อน ทั้งด้านเศรษฐกิจ ครอบครัว และบาดแผลทางใจ หมายเหตุ: สำนักการศึกษาได้ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำรวจนักเรียนที่ขาดเรียนและหลุดออกจากระบบในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 437 แห่ง หลังเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

เพื่อตอบสนองต่อปัญหาเด็กหลุดจากระบบ กทม. ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกทั้งในระดับนโยบายและพื้นที่จริง ครอบคลุมตั้งแต่การสนับสนุนด้านทุน การติดตามเด็กอย่างเป็นระบบ การสร้างทางเลือกการศึกษาที่ยืดหยุ่น ไปจนถึงการพัฒนาความเข้าใจของสังคมต่อปัญหาเด็กนอกระบบ 1. ให้ทุนเสมอภาค นักเรียนกว่า 1,300 คนได้รับทุนเสมอภาค เพื่อลดปัญหาความยากจนซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการหลุดจากระบบ 2. สร้างระบบป้องกันและดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนโครงการ Thailand Zero Dropout ตั้งคณะกรรมการระดับสำนักงานเขต เพื่อบูรณาการข้อมูลและติดตามเด็กนอกระบบอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาเครื่องมือ เช่น BEMIS และแอปพลิเคชัน “พาน้องกลับมาเรียน” 3. เสนอทางเลือกการศึกษาที่ยืดหยุ่น กทม. มีแนวทางสำหรับเด็กหลุดจากระบบ โดยมี 2 ทางเลือก - กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาปกติ พร้อมสนับสนุนนโยบาย “เรียนฟรี ชุดฟรี ไม่มีเก็บเพิ่ม” - ฝึกทักษะอาชีพผ่านศูนย์ฝึกอาชีพของ กทม. ซึ่งสามารถเทียบวุฒิการศึกษาได้ 4. ใช้ Case Manager และความร่วมมือเชิงพื้นที่ Thailand Zero Dropout ใช้กลไก ผู้ดูแลรายกรณี (Case Manager) เป็นแกนหลัก เพื่อดูแลเด็กแบบรายบุคคลและส่งต่ออย่างเหมาะสม 5. สร้างความเข้าใจปัญหาเชิงลึกต่อสังคม กทม. และภาคีเครือข่ายจัดสัมมนาพิเศษ เพื่อชี้ให้เห็นว่าเด็กนอกระบบเป็นปัญหาซับซ้อน ไม่ใช่แค่เรื่องยากจน แต่รวมถึงบาดแผลทางใจ สุขภาพใจ และสภาพแวดล้อม การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจึงต้องใช้ความเข้าใจและท่าทีเปิดกว้าง เพื่อให้เด็กทุกคนรู้สึกปลอดภัยและได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพเต็มที่

อุปสรรคที่เจอระหว่างทาง

เด็กหลุดแต่ละคนเผชิญความท้าทายที่แตกต่างกัน การแก้ไขจึงต้องหลากหลายและยืดหยุ่น โจทย์สำคัญคือการให้เด็กได้เรียนรู้ทั้งวิชาการและทักษะชีวิตที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเติบโตในสังคมได้ การกลับเข้าโรงเรียนอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์สำหรับทุกคน จึงจำเป็นต้องเปิดทางเลือกการเรียนรู้คุณภาพ เข้าถึงง่าย และเท่าเทียม พร้อมแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สถานะทางทะเบียนที่ทำให้เด็กบางคนเข้าไม่ถึงสิทธิ์ ระบบการศึกษาต้องยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กที่กลับเข้ามาหลุดซ้ำอีก

โครงการที่เกี่ยวข้อง

นโยบายอื่นๆ