222 ส่งเสริมสิทธิและความปลอดภัยของเด็ก กทม.

OKR ปี 2568

อัพเดทล่าสุด Invalid Date

จัดอบรมครูและนักเรียนเรื่องการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของเด็ก375โรงเรียน
มีโรงเรียนที่มีนโยบายคุ้มครองเด็ก (Child Safeguarding Policy)437โรงเรียน
ติดตั้งกลไกคุ้มครอง-ช่วยเหลือเรื่องสิทธิเด็กในโรงเรียน437โรงเรียน

222 ส่งเสริมสิทธิและความปลอดภัยของเด็ก กทม.

สิ่งที่คนกรุงเทพได้

เด็ก ๆ ในโรงเรียนสังกัด กทม. จะได้รับการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โรงเรียนมีระบบดูแลและป้องกันที่ชัดเจน ครูและบุคลากรผ่านการอบรมเฉพาะด้าน และเด็กสามารถเข้าถึงช่องทางร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือเมื่อถูกละเมิดสิทธิ ทำให้เด็กเติบโตได้อย่างมั่นใจในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเคารพความหลากหลาย

เริ่มจากปัญหาอะไร

ที่ผ่านมา เด็กจำนวนไม่น้อยยังเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทั้งในโรงเรียนและชุมชน เช่น การถูกละเมิดสิทธิ การถูกลงโทษเกินขอบเขต หรือถูกละเลยเมื่อมีปัญหา โรงเรียนยังขาดบุคลากรและกลไกเฉพาะด้านการคุ้มครองสิทธิเด็ก ระบบร้องเรียนหรือการส่งต่อเด็กยังไม่เป็นรูปธรรม ทำให้การช่วยเหลือไม่ทันเวลา

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

กทม.ได้ดำเนินนโยบาย สิทธิเด็ก SoSafe ครอบคลุมบุคลากร กลไก และระบบดิจิทัล เพื่อสร้างเกราะป้องกันรอบด้านให้กับเด็ก SoSafe เป็นแพลตฟอร์มต่อยอดจากแพลตฟอร์ม ทราฟฟี่ ฟองดูว์ สำหรับนักเรียนที่ถูกทำร้ายร่างกาย จิตใจ หรือถูกคุกคามทุกรูปแบบ เด็กสามารถส่งเรื่องร้องเรียนเข้าระบบโดยไม่เปิดเผยตัวตน ข้อมูลจะถูกมอนิเตอร์โดยเจ้าหน้าที่เฉพาะ ก่อนส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจหรือหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ เพื่อให้การช่วยเหลือทันที แพลตฟอร์มนี้พัฒนาร่วมกับ สวทช. และ UNFPA นโยบาย SoSafe ครอบคลุม 3 ด้านหลัก 1. บุคลากรที่พร้อมดูแล - บรรจุนักสังคมสงเคราะห์ 37 คน - อบรมเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก 125 คน และอาสาสมัครนักพัฒนา 300 คน - อบรมผู้บริหารและครู 1,311 คน ครอบคลุมโรงเรียน 437 แห่ง - ตั้ง Child Safeguarding Focal Point ประจำทุกโรงเรียน 2. กลไกและนโยบายที่ชัดเจน - จัดทำร่างนโยบายคุ้มครองเด็กให้ทุกโรงเรียนสังกัด กทม. ใช้ภายในปี 2568 - จัดตั้ง Supervision Team ให้คำปรึกษาและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ - ทบทวนระเบียบ กก. คุ้มครองเด็กระดับเขต และปรับคุณสมบัติบุคลากร - จัดทำคู่มือดูแลช่วยเหลือนักเรียนและคู่มือสภานักเรียน - วางแผน–SOP–KPIs ด้านการคุ้มครองสิทธิ 3. ความพร้อมด้านดิจิทัล - เชื่อมต่อระบบข้อมูลระหว่างแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อสร้างฐานข้อมูลกลางด้านการคุ้มครองเด็ก - ประชาสัมพันธ์ช่องทางแจ้งเหตุให้ประชาชนรับรู้ - ผลักดันการเชื่อมโยงระบบ Digital Child Safeguarding นอกจาก SoSafe กทม. ยังส่งเสริมสิทธิและศักดิ์ศรีในชีวิตประจำวันของนักเรียน เช่น - เด็กมีสิทธิกำหนดทรงผมเองภายใต้หลักสุขอนามัย - โรงเรียนจัดให้มี “วันแต่งกายอิสระ” อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน โดยนักเรียนร่วมกำหนดกติกา สอดคล้องกับความเชื่อ เพศวิถี และอัตลักษณ์ที่หลากหลาย

อุปสรรคที่เจอระหว่างทาง

แม้นโยบาย SoSafe จะวางรากฐานไว้อย่างชัดเจน แต่ความท้าทายยังมีอยู่หลายด้าน ได้แก่ - การทำให้ทุกโรงเรียนทั้ง 437 แห่งปรับใช้กลไกคุ้มครองเด็กอย่างจริงจัง ไม่เพียงแค่มีเอกสาร - การติดตามและประเมินผลระบบร้องเรียน เพื่อให้เด็กได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาอย่างทันเวลา - การเสริมกำลังบุคลากรเฉพาะทาง เพราะนักสังคมสงเคราะห์ที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอกับจำนวนโรงเรียนและเด็กทั้งหมด หากกรุงเทพฯ เดินหน้าสร้างระบบที่ต่อเนื่อง มีงบประมาณสนับสนุน และทำงานร่วมกับครอบครัวและชุมชนได้อย่างเข้มแข็ง เมืองก็จะก้าวสู่การเป็นมหานครที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเคารพสิทธิเด็กอย่างแท้จริง

โครงการที่เกี่ยวข้อง

นโยบายอื่นๆ