233 ช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อลดปริมาณการเผาฟาง

233 ช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อลดปริมาณการเผาฟาง

สิ่งที่คนกรุงเทพได้

คนกรุงเทพฯ ได้อากาศที่บริสุทธิ์ขึ้นจากการลดการเผาในภาคการเกษตรรอบเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของฝุ่น PM2.5 ทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้น สุขภาพของประชาชนปลอดภัยมากขึ้น และสร้างสภาพแวดล้อมเมืองที่น่าอยู่ ขณะเดียวกัน เกษตรกรก็มีส่วนร่วมในการสร้างอากาศสะอาด พร้อมกับได้รับประโยชน์จากมาตรการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือและจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังข้าว หรือการเข้าร่วมมาตรฐาน “Bangkok G แปลงนี้ไม่เผา” ทำให้สามารถนำผลผลิตไปจำหน่ายที่ตลาด Farmer Market หรือพื้นที่จำหน่ายที่สำนักงานเขต ช่วยเพิ่มรายได้และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ

เริ่มจากปัญหาอะไร

ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ เกิดจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่ การจราจรหนาแน่น การสะสมของฝุ่นในสภาพอากาศปิดไม่ถ่ายเท และการเผาในภาคเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออก แม้การจราจรเบาบาง แต่ค่าฝุ่นยังสูงใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ ชั้นใน เนื่องจากอากาศไม่ถ่ายเทและยังมีการเผาในภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง การเผานาข้าวหลังเก็บเกี่ยวเป็นวิธีลดเวลาและต้นทุนในการจัดการตอซังข้าวและวัชพืช กรุงเทพฯ มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนปลูกข้าวนาปรังปี 2568 จำนวน 3,265 ครัวเรือน บนพื้นที่ 75,978.67 ไร่ ในเขตหนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง สายไหม บางเขน สะพานสูง ประเวศ หนองแขม และทวีวัฒนา โดยปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์ เช่น กข 41 กข 43 กข 49 กข 79 กข 83 กข 85 ข้าวหอมปทุม ข้าวหอมแม่โจ้ และข้าวไรซ์เบอร์รี่ อย่างไรก็ดี หากห้ามเกษตรกรเผาเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีมาตรการรองรับ เกษตรกรจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงจำเป็นที่ภาครัฐต้องกำหนดแนวทางสนับสนุนที่เหมาะสมและยั่งยืน เพื่อให้การลดการเผาเป็นไปได้จริงและไม่สร้างภาระหนักแก่เกษตรกร

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

การลดฝุ่น PM2.5 จากการเผาในภาคเกษตรต้องอิงข้อมูลและการเฝ้าระวังพื้นที่จริง กทม. จึงเก็บข้อมูลการเผาอย่างต่อเนื่อง พบว่า - ปี 2565 พื้นที่เผา 5,625 ไร่ (Hot spot 9 จุด เขตหนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง) - ปี 2566 พื้นที่เผา 1,582 ไร่ (Hot spot 18 จุด เขตหนองจอก ลาดกระบัง บางเขน) - ปี 2567 พื้นที่เผา 625 ไร่ (Hot spot 1 จุด เขตหนองจอก) สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่เผาและจุด Hot spot ลดลงอย่างต่อเนื่อง มาตรการสำคัญของ กทม. ได้แก่ 1. ให้ยืมรถแทรกเตอร์และเครื่องอัดฟาง เพื่อลดการเผาตอซัง โดยฟางก้อนสามารถนำไปจำหน่ายเป็นรายได้ 2. ส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังและฟางข้าว พร้อมสนับสนุนหัวเชื้อฟรีจากกรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดิน 3. เฝ้าระวัง Hot spot แบบเรียลไทม์ ผ่านข้อมูล NASA Firm ร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อม หากพบจุดเผา สำนักงานเขตจะลงพื้นที่ระงับเหตุทันที 4. ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เกษตรกร ให้ความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากฟางข้าว การทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักจุลินทรีย์ และการเพาะเห็ดฟาง 5. มาตรฐาน Bangkok G “แปลงนี้ไม่เผา” เกษตรกรที่ผ่านมาตรฐานสามารถนำผลผลิตไปขายที่ตลาด Farmer Market 7 แห่ง และที่สำนักงานเขต 50 เขต เช่น สวนเบญจกิติ สวนลุมพินี และสวนจตุจักร ผลลัพธ์จากมาตรการเชิงรุกและต่อเนื่อง ทำให้อัตราการเผาลดลงถึง 9 เท่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และตั้งเป้าหมายให้ การเผาในปี 2569 เป็นศูนย์

โครงการที่เกี่ยวข้อง

นโยบายอื่นๆ