
239 Open Education เปิดโรงเรียนสู่การเรียนรู้
OKR ปี 2568
อัพเดทล่าสุด Invalid Date
| จัดกิจกรรม Open Education ในโรงเรียน | 437 | โรงเรียน |
| มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม Open Education | 12,400 | คน |
| นักเรียนที่มีทักษะตรงความสนใจ | 92 | % |
เด็กทุกคนในโรงเรียนสังกัด กทม. มีโอกาสเรียนรู้อย่างต่อเนื่องทั้งในและนอกห้องเรียน สามารถเลือกกิจกรรมตามความสนใจ เช่น การบ้าน กีฬา ดนตรี ศิลปะ หรือทักษะชีวิต ขณะที่ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าลูกอยู่ในสภาพแวดล้อมปลอดภัยหลังเลิกเรียน และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมวันเสาร์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ เวลาหลังเลิกเรียนของโรงเรียนไม่สอดคล้องกับเวลาทำงานของผู้ปกครอง ทำให้เด็กจำนวนมากต้องอยู่บ้านลำพังหรือในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ครอบครัวบางกลุ่มไม่มีเงินส่งลูกเรียนพิเศษ จึงเกิดความเหลื่อมล้ำด้านการเรียนรู้ ขณะเดียวกัน โรงเรียนยังขาดทรัพยากรและระบบสนับสนุนในการจัดกิจกรรมเสริมหลังเลิกเรียน
กทม. เริ่มจากความร่วมมือกับ Saturday School จัดโครงการ After School Program สำรวจความสนใจของเด็กและออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์อนาคต โดยชวนอาสาสมัครมาสอนวิชาที่เด็กสนใจ ก่อนขยายผลไปยังโรงเรียน 387 แห่ง จากนั้น กทม. ปรับรูปแบบให้โรงเรียนและครูสามารถออกแบบกิจกรรมเอง พร้อมเปิดพื้นที่ให้ชุมชนและปราชญ์ท้องถิ่นเข้ามาสอน โดยสนับสนุนอุปกรณ์และค่าตอบแทนครู โครงการ Open Education เปิดพื้นที่เรียนรู้ทั้งหลังเลิกเรียนและวันเสาร์ โดยมีครู ชุมชน และอาสาสมัครจากหลากหลายอาชีพร่วมจัดกิจกรรม ปัจจุบันดำเนินการครบทั้ง 437 โรงเรียนในสังกัด กทม. ทั้งหมดนี้เป็นการรวมกันของ 4 นโยบาย เพื่อสร้างการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเท่าเทียมให้เด็กทุกคนได้แก่ - After School Program - การเปิดโรงเรียนในวันหยุด - การสร้างเครือข่ายร่วมกับภาคเอกชน - โครงการพี่สอนน้องนอกเวลาเรียน



ความท้าทายยังอยู่ที่การจัดหาครูและอาสาสมัครในเวลาหลังเลิกเรียน รวมถึงการรักษาคุณภาพและความต่อเนื่องของกิจกรรม กทม. จึงต้องสร้างระบบสนับสนุนอาสาสมัครที่มั่นคง เชื่อมโยงกับภาคีเอกชนและสายอาชีพอย่างเป็นระบบ และลงทุนในงบประมาณระยะยาว เพื่อให้การเรียนรู้นอกห้องเรียนกลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ของการศึกษาในเมือง