
241 การขยายตลาดในรูปแบบ Farmer Market ให้ครอบคลุม 50 เขต
การขยายตลาดนัดเกษตรกร (Farmer Market) ให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต โดยเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรง จะทำให้คนกรุงเทพฯ เข้าถึงผลผลิตสดใหม่ ปลอดภัย มีคุณภาพ และราคายุติธรรมได้สะดวกใกล้บ้านมากขึ้น ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลางและลดระยะทางขนส่งจากต่างจังหวัด ส่งผลให้เมืองมีระบบความมั่นคงทางอาหารที่แข็งแรงขึ้นทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต โดย Farmer Market ทำหน้าที่เป็นจุดกระจายอาหารสำรองระดับชุมชน ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยอาหารผ่านมาตรฐานสินค้าเกษตรของกรุงเทพมหานคร (Bangkok G) ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตได้ชัดเจน นอกจากนี้ Farmer Market ยังส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน กระจายรายได้ และเป็นพื้นที่ทางสังคมที่เชื่อมคนปลูกกับคนกิน ลดความโดดเดี่ยวของเมือง ทำให้คนเมืองเข้าใจรากเหง้าของอาหาร และเกษตรกรได้กำลังใจจากรอยยิ้มของผู้ซื้อ
กรุงเทพฯ กำลังเผชิญความท้าทายด้านอาหารเมืองจากหลายมิติ โดยห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรมีความซับซ้อนและพึ่งพาตลาดกลาง ทำให้สินค้าสูญเสียความสด เกิดการขนส่งซ้ำซ้อน เพิ่มคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และส่งผลต่อราคาที่ไม่เป็นธรรมทั้งต่อเกษตรกรและผู้บริโภค ขณะเดียวกันพื้นที่เกษตร ในเขตชั้นนอกของกรุงเทพฯ (Urban Agriculture) ลดลงอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของที่อยู่อาศัยและอุตสาหกรรม จนกระทบต่อฐานการผลิตอาหารใกล้เมือง เมื่อเกิดภาวะวิกฤติ เช่น น้ำท่วมหรือโรคระบาด ทำให้ระบบอาหารของคนเมืองเกิดความเปราะบางและไม่มั่นคงตามไปด้วย (Food Insecurity) นอกจากนี้ เมืองยังเผชิญปัญหาความโดดเดี่ยวของชุมชน จากการขาดพื้นที่ทางสังคมที่เชื่อมโยงผู้ผลิตอาหารที่เชื่อถือได้กับผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม
กรุงเทพมหานคร โดยสำนักพัฒนาสังคม ร่วมกับสำนักงานเขต และสำนักสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการจัดตลาดนัดเกษตรกร (Farmer Market) เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายตรงจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค และขยายการเข้าถึงอาหารสดปลอดภัยในระดับพื้นที่ โดยมีแนวทางดำเนินการหลัก 2 รูปแบบ ได้แก่ - ตลาดนัดเกษตรกรประจำเดือนในพื้นที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต (หรือบริเวณใกล้เคียง) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงผลผลิตสดใหม่ใกล้บ้าน และสร้างช่องทางตลาดที่ต่อเนื่องในระดับเขต - ตลาดนัดเกษตรกรทุกสุดสัปดาห์ช่วงเช้าในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สวนจตุจักร สวนลุมพินี และสวนเบญจกิติ เพื่อเพิ่มพื้นที่จำหน่ายในจุดที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนที่มาออกกำลังกายและใส่ใจสุขภาพ นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังได้เชื่อมประสานเกษตรกรที่มีผลผลิตผ่านมาตรฐานสินค้าเกษตรของกรุงเทพมหานคร (Bangkok G) เข้าร่วมจำหน่ายในกิจกรรมต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครและหน่วยงานภายนอก เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ปี 2566 ถึงปัจจุบัน Farmer Market สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรแล้ว มากกว่า 8.6 ล้านบาท




1.เกษตรกรจำนวนมากจำหน่ายผลผลิตหมดตั้งแต่หน้าสวน และยังมีการสั่งจองล่วงหน้าจากลูกค้าประจำ ทำให้มีผลผลิตไม่เพียงพอสำหรับนำมาจำหน่ายใน Farmer Market 2. เกษตรกรบางส่วนมีข้อจำกัดด้านการขนส่งและการจัดบูธ จึงไม่สะดวกนำสินค้ามาเข้าร่วมจำหน่ายที่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง 3. พื้นที่เกษตรในกรุงเทพฯ มีจำกัดและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นเกษตรครัวเรือนพึ่งแรงงานในครอบครัว ทำให้ศักยภาพการผลิตมีไม่มากพอ